ประวัติรุ่งเพชร แหลมสิงห์
รุ่งเพชร แหลมสิงห์



วสันต์ จันทร์เปล่ง หรือรุ่งเพชร แหลมสิงห์ เกิดเมื่อ20 พฤษภาคม 2485 ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นคนที่ 2 สมัยเด็กที่เรียนที่วัดลาด ต่อมาย้ายไปอยู่ที่บ้านบางสามแพรก จ.เพชรบูรณ์ ที่บ้านเรียกว่า ยวน หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดมหาธาตุ สมัครเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก สังกัดเหล่าแพทย์ จบออกมาประจำอยู่หน่วยทหารเสนารักษ์ สังกัดกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

รุ่งเพชร ชื่นชอบการร้องเพลงอย่างมาก เขาเป็นนักร้องประจำวงของโรงเรียน โดยเขาชอบแนวของคำรณ สัมบุญณานนท์ เคยเข้าประกวดตามงานต่างๆ ก็ชนะเสียเป็นส่วนมาก

เมื่อเข้ามาเป็นทหารอยู่กรุงเทพ ก็ไปเป็นนักร้องประจำอยู่กับวงดนตรีครูพยงค์ มุกดา หลังจากชนะการประกวดเมื่อปี 2504 แต่อยู่ที่นี่ได้ปีเดียว ก็ย้ายไปอยู่กับวงรวมดาวกระจายของครูสำเนียง ม่วงทอง ในช่วงแรกๆ รุ่งเพชร ใช้ชื่อว่ารุ่งเพชร แหลมสน แต่ตอนที่อยู่กับวงรวมดาวกระจาย เขามีโอกาสได้บันทึกแผ่นเสียง แต่แผ่นเสียงที่ผลิตออกมาพิมพ์นามสกุลผิด จากแหลมสน กลายเป็นแหลมสิงห์ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเพชรบุรี เพราะแหลมสิงห์อยู่ที่จันทรบุรี แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายที่ดีของคำว่าสิงห์ นับตั้งแต่นั้น รุ่งเพชร ก็เลย กลายเป็นแหลมสิงห์ รุ่งเพชร บันทึกเสียงเพลงแรกคือ งามเหลือเกิน แต่งโดย ธร เมธา

ก่อนที่จะมาโด่งดังคับฟ้าจากเพลง ? ฝนเดือนหก ? และอื่นๆอีกหลายเพลง รุ่งเพชร มีชื่อเสียงพอเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง ไม่ได้โด่งดังอะไร และหลังจากที่รู้ว่าไพรวัลย์ ลูกเพชร คนบ้านเดียวกัน โด่งดังมาจากเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขันหลายเพลง เขาก็เลยไปขอเพลงจากครูไพบูลย์ บุตรขันบ้าง และครูไพบูลย์ ก็ให้ ไพรวัลย์ ไปตามตัวมาพบที่บ้าน ซึ่งอยู่แถวมาบุญครองปัจจุบัน

ช่วงนั้น รุ่งเพชร มีผลงานเพลงอยู่เพลงหนึ่งชื่อ ? ตายหยังเขียด ? ที่แต่งโดยรุ่งทิพย์ ธารทอง ในเพลงนั้น ตอนหนึ่งของเพลง รุ่งเพชร ต้องร้องออกมาในแนวเหน่อวรรณยุกต์ไม้ตรี เมื่อพบกัน ครูได้ให้รุ่งเพชรร้องเพลงในแนวเสียงของนักร้องต่างๆให้ฟังทั้งวัน ตั้งแต่บ่าย 2 โมงจนถึง 3 ทุ่ม ครูไพบูลย์ บอกว่า สำเนียงของเขาเหนือแบบสุโขทัย จึงจะต้องร้องแบบเหน่อสุโขทัย ครูไพบูลย์ จึงนำจุดนี้มาขยายจนกลายเป็นสัญลักษณ์และแบบฉบับของรุ่งเพชรแหลมสิงห์ โดยเฉพาะ โดยครูบอกว่าจะแต่งเพลงให้ และถ้าไม่ดังภายใน 3 เพลง จะไม่ขอรับค่าเขียนเพลง

รุ่งเพชร เริ่มต้นกับเพลงไอดินกลิ่นสาว ของครูไพบูลย์ ก่อนที่จะมาดังระเบิดระเบ้อกับฝนเดือนหก และออกมาตอกย้ำความดังด้วยสำเนียงเหนือไม้ตรีอย่างคืนฝนตก

หลังจากที่ดังสมใจ รุ่งเพชรไปบวชแก้บน ขณะที่ผู้จัดการวงก็ไปรับงานไว้ยาวเหยียด ขณะที่ครูไพบูลย์ก็ไปตกปากรับคำกับรังสี ทัศนพยัคฆ์ ว่าจะไปพูดให้รุ่งเพชร เล่นหนังให้ แต่เมื่อรุ่งเพชรไม่สามารถมาเล่นให้ได้ ครูจึงโกรธ และหันไปปั้น ศรคีรี ศรีประจวบแทน

รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ก็จึงเริ่มเฉา

รุ่งเพชร เกษียณราชการในยศพันตรี สังกัดสุดท้ายคือกองบัญชาการทหารสูงสุด เมื่อ 1 ตุลาคม 2545 และใช้ชีวิตอย่างสงบ ยึดธรรมะในการครองชีพที่บ้านในจังหวัดนนทบุรี และยังรับร้องเพลงอยู่เป็นระยะ โดยมีลูกชาย 2 คนไปร่วมร้องด้วย

ผลงานเพลง

1.รักเธอจนเซ่อ 2.หนึ่งนาทีที่พบเธอ 3.ขนมจีนน้ำยา 4.นั่งคิดนอนคิด 5.ทุ่งเศรษฐี 6.เสียงหวาน 7.คู่เหมาะ คู่เจาะ 8.ฝนเดือนหก 9.คืนฝนตก 10.น้ำลงเดือนยี่ 11.แล้วแต่วาสนา 12.โชครัก 13.หมอดูเนื้อคู่ 14.แม่เดือนแรม 15.เมื่อเดือนสิบสอง 16.งูกินหาง 17.มอญซ่อนผ้า 18.ตำข้าวเม่า 19.กุหลาบเมาะลำเริง

นนท์
วสันต์ จันทร์เปล่ง หรือรุ่งเพชร แหลมสิงห์ เกิดเมื่อ20 พฤษภาคม 2485 ที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีพี่น้อง 3 คน เขาเป็นคนที่ 2 สมัยเด็กที่เรียนที่วัดลาด ต่อมาย้ายไปอยู่ที่บ้านบางสามแพรก จ.เพชรบูรณ์ ที่บ้านเรียกว่า ยวน หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดมหาธาตุ สมัครเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก สังกัดเหล่าแพทย์ จบออกมาประจำอยู่หน่วยทหารเสนารักษ์ สังกัดกองพลที่ 1 รักษาพระองค์

รุ่งเพชร ชื่นชอบการร้องเพลงอย่างมาก เขาเป็นนักร้องประจำวงของโรงเรียน โดยเขาชอบแนวของคำรณ สัมบุญณานนท์ เคยเข้าประกวดตามงานต่างๆ ก็ชนะเสียเป็นส่วนมาก

เมื่อเข้ามาเป็นทหารอยู่กรุงเทพ ก็ไปเป็นนักร้องประจำอยู่กับวงดนตรีครูพยงค์ มุกดา หลังจากชนะการประกวดเมื่อปี 2504 แต่อยู่ที่นี่ได้ปีเดียว ก็ย้ายไปอยู่กับวงรวมดาวกระจายของครูสำเนียง ม่วงทอง ในช่วงแรกๆ รุ่งเพชร ใช้ชื่อว่ารุ่งเพชร แหลมสน แต่ตอนที่อยู่กับวงรวมดาวกระจาย เขามีโอกาสได้บันทึกแผ่นเสียง แต่แผ่นเสียงที่ผลิตออกมาพิมพ์นามสกุลผิด จากแหลมสน กลายเป็นแหลมสิงห์ ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเพชรบุรี เพราะแหลมสิงห์อยู่ที่จันทรบุรี แต่เมื่อพิจารณาถึงความหมายที่ดีของคำว่าสิงห์ นับตั้งแต่นั้น รุ่งเพชร ก็เลย กลายเป็นแหลมสิงห์ รุ่งเพชร บันทึกเสียงเพลงแรกคือ งามเหลือเกิน แต่งโดย ธร เมธา

ต่อมา เขาย้ายมาอยู่วงเมืองมนต์ สมบัติเจริญ ที่ถูกครูสุรพล สมบัติเจริญ ไล่ออกจากวงเพราะไปทำผิดกฎ

ก่อนที่จะมาโด่งดังคับฟ้าจากเพลง ฝนเดือนหก และอื่นๆอีกหลายเพลง รุ่งเพชร มีชื่อเสียงพอเป็นที่รู้จักในระดับหนึ่ง ไม่ได้โด่งดังอะไร และหลังจากที่รู้ว่าไพรวัลย์ ลูกเพชร คนบ้านเดียวกัน โด่งดังมาจากเพลงของครูไพบูลย์ บุตรขันหลายเพลง เขาก็เลยไปขอเพลงจากครูไพบูลย์ บุตรขันบ้าง และครูไพบูลย์ ก็ให้ ไพรวัลย์ ไปตามตัวมาพบที่บ้าน ซึ่งอยู่แถวมาบุญครองปัจจุบัน

ช่วงนั้น รุ่งเพชร มีผลงานเพลงอยู่เพลงหนึ่งชื่อ ตายหยังเขียด ที่แต่งโดยรุ่งทิพย์ ธารทอง ในเพลงนั้น ตอนหนึ่งของเพลง รุ่งเพชร ต้องร้องออกมาในแนวเหน่อวรรณยุกต์ไม้ตรี เมื่อพบกัน ครูได้ให้รุ่งเพชรร้องเพลงในแนวเสียงของนักร้องต่างๆให้ฟังทั้งวัน ตั้งแต่บ่าย 2 โมงจนถึง 3 ทุ่ม ครูไพบูลย์ บอกว่า สำเนียงของเขาเหนือแบบสุโขทัย จึงจะต้องร้องแบบเหน่อสุโขทัย ครูไพบูลย์ จึงนำจุดนี้มาขยายจนกลายเป็นสัญลักษณ์และแบบฉบับของรุ่งเพชรแหลมสิงห์ โดยเฉพาะ โดยครูบอกว่าจะแต่งเพลงให้ และถ้าไม่ดังภายใน 3 เพลง จะไม่ขอรับค่าเขียนเพลง

รุ่งเพชร เริ่มต้นกับเพลงไอดินกลิ่นสาว ของครูไพบูลย์ ก่อนที่จะมาดังระเบิดระเบ้อกับฝนเดือนหก และออกมาตอกย้ำความดังด้วยสำเนียงเหนือไม้ตรีอย่างคืนฝนตก

หลังจากที่ดังสมใจ รุ่งเพชรไปบวชแก้บน ขณะที่ผู้จัดการวงก็ไปรับงานไว้ยาวเหยียด ขณะที่ครูไพบูลย์ก็ไปตกปากรับคำกับรังสี ทัศนพยัคฆ์ ว่าจะไปพูดให้รุ่งเพชร เล่นหนังให้ แต่เมื่อรุ่งเพชรไม่สามารถมาเล่นให้ได้ ครูจึงโกรธ และหันไปปั้น ศรคีรี ศรีประจวบแทน

รุ่งเพชร แหลมสิงห์ ก็จึงเริ่มเฉา

รุ่งเพชร เกษียณราชการในยศพันตรี สังกัดสุดท้ายคือกองบัญชาการทหารสูงสุด เมื่อ 1 ตุลาคม 2545 และใช้ชีวิตอย่างสงบ ยึดธรรมะในการครองชีพที่บ้านในจังหวัดนนทบุรี และยังรับร้องเพลงอยู่เป็นระยะ โดยมีลูกชาย 2 คนไปร่วมร้องด้วย

ผลงานเพลง

1.รักเธอจนเซ่อ 2.หนึ่งนาทีที่พบเธอ 3.ขนมจีนน้ำยา 4.นั่งคิดนอนคิด 5.ทุ่งเศรษฐี 6.เสียงหวาน 7.คู่เหมาะ คู่เจาะ 8.ฝนเดือนหก 9.คืนฝนตก 10.น้ำลงเดือนยี่ 11.แล้วแต่วาสนา 12.โชครัก 13.หมอดูเนื้อคู่ 14.แม่เดือนแรม 15.เมื่อเดือนสิบสอง 16.งูกินหาง 17.มอญซ่อนผ้า 18.ตำข้าวเม่า 19.กุหลาบเมาะลำเริง

ความหลังที่ไม่ประทับใจกับฝนเดือนหก

จำได้แม่นว่ารุ่งเพชร แหลมสิงห์ เป็นนักร้องลูกทุ่งคนสุดท้ายที่ผมได้ไปดูเขาเปิดการแสดงเต็มวง ซึ่งก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้ว แต่ครั้งสุดท้ายกลับไม่ประทับใจเอาเสียเลย

ผมดูรุ่งเพชรมาตั้งแต่เด็กๆ พ่อแม่หอบหิ้วไปดูที่งานวัดแถวบ้าน ยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้ดีว่าชอบการแสดงของวงดนตรีลูกทุ่งมากๆ

เมื่อโตขึ้น ลูกทุ่งก็กลับเข้าสู่ยุคโรยรา และยังไม่กระเตื้องจนถึงปัจจุบัน และยุคที่ลูกทุ่งเริ่มตกต่ำอย่างแรงนี่เองที่ผมได้ซื้อบัตรซื้อตั๋วไปนั่งชมการแสดงของรุ่งเพชร

วันนั้น หลังจากนักร้องลูกวงออกมาร้องจนครบแล้วก็ถึงคิวของหัวหน้าวง ซึ่งเพลงที่รุ่งเพชรนำมาร้องเป็นเพลงแรก ก็คือเพลงเอกของเขาอย่าง " ฝนเดือนหก " แต่พอเขาขึ้นเพลงเอกเท่านั้น ผู้ชมลุกหนีไปครึ่งโรง

เล่นเอาผมรู้สึกสงสารรุ่งเพชรจับใจ ไม่รู้ว่าแกจะรู้สึกอย่างไร ที่ร้องๆอยู่ เห็นคนดูหายไปตาหน้าต่อตาตั้งครึ่ง

แต่เมื่อจบเพลงเอกเพลงนี้ ผมเองก็กระมิดกระเมี้ยนเดินออกมาเช่นกัน ทิ้งให้รุ่งเพชรทำหน้าที่ขับกล่อมผู้ชมที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งต่อไป

สาเหตุของการเดินหนี ไม่ใช่เพราะรุ่งเพชรร้องเพลงไม่ได้เรื่อง หรือเสียงแหบเป็นเป็ด แต่เพราะว่าเขาออกมาดึกเกินไป ที่ผู้ชมต้องรีบเดินออกมาเพราะถ้าไม่ออกมาเสียก่อน รถประจำทางจะหมด และหากใครมาไม่ทันรถ เป็นต้องเดินกลับบ้านสถานเดียว

เรื่องไกลนั้นไม่ว่า แต่ทางเข้าหมู่บ้านนั้นทั้งเปลี่ยวและมืด ส่วนเรื่องราวชวนขนหัวลุกก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ และวันนั้นผมก็ดันมาดูวงดนตรีแบบวันแมนโชว์ซะด้วย

สมัยก่อน รถประจำทางเที่ยวสุดท้ายจะรอคนดูวงดนตรีลูกทุ่ง แต่พอถึงยุคตกต่ำ คนดูเหลือน้อยลง รถก็เลยเลิกรอ

อยากขอโทษรุ่งเพชรมา ณ ที่นี่ด้วย หากยังจำเหตุการณ์ที่วัดสัตหีบเมื่อหลายสิบปีก่อนได้



วันนี้ก็เลยเอาเพลงลูกทุ่งเพลงสุดท้ายที่ผมได้ฟังสดๆจากเวทีการแสดงเต็มวงมาฝาก ก็เพลง " ฝนเดือนหก " นี่แหละครับ เพลงนี้บันทึกเสียงเมื่อปี 2511

อ้อ.....ใครรู้ว่า กานเชาคืออะไร ช่วยบอกทีครับ ค้นหามานานแล้ว

เพลง ฝนเดือนหก

คำร้อง/ทำนอง ไพบูลย์ บุตรขัน

เรียบเรียง ชาญชัย บัวบังศร

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ

กบมันก็ร้องงึมงัม ระงมไปทั่วท้องนา

ฝนตกทีไร คิดถึงขวัญใจของข้า

แม่ดอกโสนบ้านนา

น้องเคยเรียกข้า พ่อดอกสะเดา

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกปรอยโปรย

หัวใจพี่ร้องโอยๆ

คิดถึงแม่ดอกกานเชา

ฝนตกลงมาคิดถึงขวัญตาน้องเจ้า

ไม่เจอะหน้าน้องแม้เงา

หรือลืมรักเราเสียแล้วแก้วตา

ถามว่า ฝนเอ๋ย ทำไมจึงตก

ตอบว่าฝนตก เพราะกบมันร้องเรียกฝนบนฟ้า

ถามว่าพี่เอ๋ย ทำไมร้องไห้ และหลั่งน้ำตา

ตอบว่าหัวใจของข้า คิดถึงแก้วตาจึงร้องไห้

ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกปรอยปรอย

พี่ยังมาหลงยืนคอยน้อง จนพี่ปวดหัวใจ

ฝนตกพรำๆ พี่ยิ่งระกำหมองไหม้

พี่ต้องตากฝนทนหนาวใจ

น้องจากพี่ไปเมื่อเดือนหกเอย

ช่วยฟังเพลงลูกทุ่ง และสนับสนุนนักร้องลูกทุ่งด้วยครับ ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะหายไปจากบ้านเรา
  • ชอบ