*** สัญญาให้ ***


การให้ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แตกต่างจากการให้ตามที่ชาวบ้านเข้าใจกัน เนื่องจากชาวบ้านเข้าใจว่า เมื่อผู้ให้ออกปากรับคำว่าให้ทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใดแล้ว ถือว่า การให้เป็นอันสมบูรณ์ หากผู้ให้บิดพลิ้วภายหลังถือว่า ผู้ให้ผิดสัญญาและจะนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาล

แต่ความจริงตามกฎหมายแล้ว ความเข้าใจดังกล่าวยังคลาดเคลื่อนแตกต่าง ความสมบูรณ์ของการให้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้มาก เพราะการให้ตามกฎหมายที่จะสมบูรณ์ใช้บังคับระหว่างผู้ให้กับผู้รับได้นั้นมีองค์ประกอบตามกฎหมายหลายประการ และมีเงื่อนไขต่าง ๆ อันจะถือว่าเป็นการให้ที่สมบูรณ์ใช้บังคับได้ตามกฎหมายนั้นอยู่

บทความนี้จึงจัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องของการให้ตามความหมายที่ถูกต้องของกฎหมาย โดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนนักศึกษาและนักกฎหมายทุกท่าน

บทที่ 1. สัญญาให้คืออะไร ?

สัญญาให้ ปรากฏในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 3 เอกเทศสัญญา ลักษณะ 3 ตาม มาตรา 521-536 รวม 16 มาตรา สามารถแบ่งเป็นหัวข้อเพื่อทำความเข้าใจในเรื่อง “การให้” ได้ดังนี้.-

1. ความสมบูรณ์ของสัญญาให้

2. สัญญาว่าจะให้

3. การให้ทรัพย์สินซึ่งมีค่าภารติดพัน

4. การถอนคืนการให้

5. การให้ที่จะเป็นผลต่อเมื่อผู้ให้ตาย

ซึ่งจะได้อธิบายตามแนวดังกล่าวเป็นลำดับได้ แต่ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในเรื่องความหมายของสัญญาให้เสียก่อนว่ามีความหมายและ

ขอบเขตเพียงใด ** สัญญาให้ คือ สัญญาสองฝ่าย มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ให้ และอีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้รับ และทั้งสองฝ่ายดังกล่าวต่างแสดงเจตนาให้มีการโอนและ การรับโอนทรัพย์อันเป็นวัตถุของสัญญาให้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ สัญญาให้จึงมีหลักเกณฑ์ความสำคัญในเรื่องการตกลงของเจตนาที่ผู้ให้ยอมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินแก่ผู้รับโดยมิได้รับค่าตอบแทน และผู้รับก็ยอมรับเอาทรัพย์สินที่ให้นั้น ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 521 ว่า “ อันว่าให้ นั้นคือ สัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าผู้ให้ โอนทรัพย์สินของตนโดยเสน่หาแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้รับ และผู้รับยอมรับเอาทรัพย์สินนั้น ”
ขอบคุณมากคับ
  • ชอบ
aaa5
  • ชอบ