Main Story M&W เม.ย. 50 : นักวิเคราะห์ดีเด่นแห่งปี 2549



มาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และนิตยสาร Money & Wealth ร่วมกันจัดงาน "นักวิเคราะห์ดีเด่น 2550" หรือ Securities Analyst Award 2006 เพื่อเฟ้นหานักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่โดดเด่น ผ่านการคัดเลือกจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่อ่านบทวิเคราะห์ บทวิจัยและสนใจข้อมูลเชิงลึก ดังนั้นผลงานของผู้ได้รับการโหวตจะต้องมีมาตรฐานสูง

- ธนพร วิศรุตพงษ์ ผู้อำนวยการ บล.ไทยพาณิชย์ นักวิเคราะห์ดีเด่นหุ้นกลุ่มพลังงาน

"คุณต้องมี Service Mind"



"คุณสมบัติที่ดีของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คือ ต้องมี Service Mind มองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก มีความต้องการที่อยากจะทำข้อมูลให้กับลูกค้าอย่างจริงใจ ซึ่งจะนำไปสู่ผลงานที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นหน้าที่หลักของอาชีพพวกเรา"


ธนพ รบอกว่า การวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มพลังงานถือเป็นกลุ่มที่ต้องใช้เทคนิคการวิเคราะห์ใน รูปแบบเฉพาะหลายอย่าง หรือในบางครั้งก็เป็นศัพท์เฉพาะด้าน ดังนั้นหลักการวิเคราะห์จึงจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้รู้ลึกในภาพรวมธุรกิจ เพราะข้อมูลตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางนั้นจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด การมาจับหุ้นในสายพลังงานต้องใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลค่อนข้างนาน เพราะไม่ได้จบมาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องมากกว่า


สำหรับ เบื้องหลังความสำเร็จในหน้าที่การงาน ธนพรบอกว่าจริงๆ แล้วการจะมาถึงวันนี้ได้ไม่ใช่ฝีมือของคนๆ เดียว แต่ประกอบด้วยหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ วิจัยในอดีตและปัจจุบัน และยังมีทีมงานนักวิเคราะห์เข้ามาสนับสนุน ซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่ช่วยผลักดันให้เธอประสบผลสำเร็จ ขณะเดียวกันได้รับความร่วมมืออย่างดีจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่พร้อม ให้ความร่วมมือ และให้ข้อมูลทุกครั้งที่ต้องการ


เธอ มองว่า ปัจจุบันคุณภาพบทวิเคราะห์ของไทยมีพัฒนาการมากขึ้นและก้าวเข้าไปสู่ระดับที่ ทัดเทียมกับต่างชาติ แต่เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้มีสาขาอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นจึงต้องพยายามนำเอาจุดแข็งที่พวกเรามี คือ ความรู้ลึก รู้จริงเกี่ยวกับตลาดทุนของไทยเข้าไปแข่งขัน เพราะโบรกเกอร์ต่างประเทศมีจุดอ่อนตรงที่ไม่รู้ภาพรวมตลาดไทยดีเท่านัก วิเคราะห์คนไทย


สำหรับการแข่งขันในอาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ธนพรยอมรับว่าทุกวันนี้คู่แข่งมากขึ้น ขณะที่ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาก็มากขึ้นและเข้ามาได้ทุกทาง ซึ่งทั้งสองปัจจัยทำให้การทำงานยากขึ้น อย่างไรก็ตามก็ต้องพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันในกลุ่มธุรกิจและให้บริการที่ดีกับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศได้มากที่สุด


จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ชีวิตการของเธอในปัจจุบันไม่ต่างจากเพื่อนๆ ที่ต้องเข้าออฟฟิศ 6 โมงเช้า เลิกงานไม่ต่ำกว่า 2 ทุ่ม แถมวันไหนงานไม่เสร็จต้องหอบกลับไปทำต่อที่บ้าน "ชีวิตแบบนี้ทำทุกวันและเป็นความเคยชินไปแล้ว แต่ยอมรับว่าเหนื่อยมาก แต่ยังรักที่จะทำอาชีพนี้อยู่ต่อไป"


สำหรับใครก็ตามที่คิดจะเข้ามาทำงานในอาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในฐานะรุ่นพี่อย่างธนพรก็มีคำแนะนำว่าอย่างแรกต้องมีความอดทน ถัดมาต้องมีความรัก เพราะเป็นอาชีพนี้แทบจะหาเวลาส่วนตัวได้ยากมาก ขณะเดียวกันข้อมูลข่าวสารที่มีเข้ามาจะทำให้คุณขี้เกียจไม่ได้ ต้องทำตัวให้ทันสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเช่นกัน ยิ่งเร็วต่อสถานการณ์ ยิ่งได้เปรียบคู่แข่ง


ส่วน ใครที่เป็นนักลงทุนและกำลังมองหุ้นกลุ่มพลังงาน ธนพรแนะนำว่าต้องลงทุนในลักษณะ "ระยะยาว" และให้มอง "เงินปันผล" และทุกวันนี้ดูเหมือนว่านักลงทุนไทยให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง



- ธีระพงษ์ วชิรพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร -- นักวิเคราะห์ดีเด่นแห่งปีกลุ่ม Banking

"ยิ่งทำมากยิ่งได้มาก"



ธี ระพงษ์ บอกกับ M&W ว่าค่อนข้างเซอร์ไพรส์กับรางวัลที่ได้รับเพราะส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่า ปัจจุบันคุณภาพของบุคลากรสายงานวิเคราะห์ของแต่ละโบรกเกอร์ไม่แตกต่างกันมาก นัก ดังนั้นรางวัลที่ได้รับก็เปรียบเสมือนการให้กำลังใจและเป็นเสียงสะท้อน จากกลุ่มลูกค้าซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและจะนำไปสู่ความมุ่งมั่นที่จะสร้างบริการ ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง


15 ปีกับการโลดแล่นในสายงานนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ธีระพงษ์มองว่าอาชีพนี้ไม่ใช่งานสบายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ผู้ที่คลุกคลีอยู่สายอาชีพนี้ทุกคนจะรู้ดีว่าต้องอาศัยทั้งความอดทน ความขยัน และที่สำคัญต้องมีใจรักที่จะทำงาน


ส่วน ตัวเขาแล้ว สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจก้าวเข้ามาสู่เส้นทางนี้เพราะรักในความเป็นอิสระทาง ความคิดและการได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวที่จะได้เพิ่มพูน ทักษะให้กับตนเอง รวมถึงเป็นงานที่ "ทำมากได้มาก" ธีระพงษ์ บอกสั้นๆ


ธีระพงษ์ บอกว่าอาชีพนี้ต้องมีจริยธรรมในการทำงานควบคู่กันไป สอดคล้องกับแนวนโยบายของ บล.ภัทร รวมไปถึงการเน้นให้นักวิเคราะห์มีความชำนาญเฉพาะทางหรือที่เรียกว่า Specialist ตั้งเป้าไว้ที่การเป็น Top ในกลุ่มธุรกิจ


"กลุ่ม ธนาคารพาณิชย์เป็นกลุ่มธุรกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของตลาดหุ้นไทย มีความสำคัญคือเกี่ยวข้องโดยตรงกับเงินฝากของประชาชน ซึ่งหากบริษัทใดบริหารเกินขอบเขตและเกิดความเสียหายก็จะมีผลกระทบค่อนข้าง มาก นอกจากนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเพราะเป็นตัวกลางในการกระจาย เงินออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ" ธีระพงษ์ กล่าว


เขาเล่าว่าในหลักการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น จะใช้การวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงาน และผลการดำเนินงานก็จะเป็นปัจจัยที่จะกำหนดราคาไปจนถึงผลตอบแทนในแง่เงินปันผล


ขณะเดียวกันต้องอาศัยความรู้ทั้งเศรษฐกิจมหัพภาค การขยายตัวของภาคลงทุน นโยบายการลงทุนของภาครัฐ ไล่เรียงไปจนถึงภาพรวมการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจ และลงลึกไปถึงข้อมูลที่ได้จากการไปเยี่ยมชมบริษัท สัมภาษณ์ผู้บริหาร (Visit Company) โดยเมื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปประมวลตามหลัก Financial Model ที่แม่นยำจะได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง


ธี ระพงษ์ เปิดใจ ว่าอาชีพนักวิเคราะห์ไม่ใช่งานสบายๆ "บอกตรงๆ ว่าเครียดมาก บางคนเริ่มมีผมขาวตั้งแต่อายุ 40 บางคนความดันขึ้นสูงก็มี นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมบอกว่าผู้ที่จะทำอาชีพนี้ได้จะต้องมีความรักในงาน จริงๆ"


เขา บอกว่าทุกวันนี้ชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวแทบจะแยกกันไม่ออก แต่ไม่ได้หมายความว่างานหนักจนไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว เพียงแต่อาชีพนี้เป็นงานที่ต้องอาศัยการรับฟังข่าวสาร การค้นคว้าข้อมูลเพื่อกรองเอาสิ่งที่เป็นประเด็นมาประเมินผล ดังนั้นแม้จะเลิกงานดึกดื่นแต่เมื่อเปิดทีวีก็อดไม่ได้ที่จะต้องอัพเดตข่าว สารทั้งในและต่างประเทศ บางครั้งยังเอาข้อมูลกลับมาอ่านที่บ้านเพื่อเตรียมพร้อมรับงานในวันรุ่งขึ้น


สำหรับผู้ที่จะมาทำงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ ธีระพงษ์บอกว่าสิ่งที่จะต้องสำรวจตนเองประการแรกคือจะต้องมีความอดทน เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ความทุ่มเทและปัจจุบันคู่แข่งไม่จำกัดอยู่เฉพาะเมืองไทยด้วยกันเอง แต่มีแนวโน้มที่จะเป็นการแข่งขันเสรีมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีความรักในสายอาชีพ ซึ่งจะทำให้รู้สึกมีพลังในการทำงานมากที่สุด


อย่างไรก็ดี ยีงมีอีกแง่มุมที่เขาเปิดใจอย่างตรงไปตรงมาว่างานวิเคราะห์หลักทรัพย์นั้นเป็นอาชีพที่มีแรงดึงดูด "ยิ่งทำมาก ยิ่งได้มาก"


ธีระพงษ์อธิบายว่าหากพิจารณาเป็นตัวแลขออกมาเป็นเชิงผลตอบแทนพบว่ารายได้ของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีลักษณะเป็น Exponential Curve หมายถึง ในขั้นเริ่มต้นเงินเดือนจะน้อยมาก เช่น ในนักวิเคราะห์ 100 ราย อาจจะมี 95 รายที่เงินเดือนค่อนข้างต่ำ ส่วนอีก 5 รายที่เหลือนั้นเงินเดือนจะพุ่งขึ้นสูงมาก อันเกิดจากการเป็น Specialist หรือเป็น Top ซึ่งกรณีเช่นนี้จะไม่เห็นในอุตสาหกรรมอื่น


"การทำงานในสายอาชีพนี้ขึ้นอยู่กับพัฒนาการ ยิ่งพัฒนาตัวเองได้เร็วผลตอบแทนยิ่งเพิ่มขึ้น โดยมีระดับเพดานที่สูงมาก ในต่างประเทศมีบทวิจัยบ่งบอกถึงผลตอบแทนของนักวิเคราะห์ใน Global Market พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 5.8 แสนเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี" เขาให้ความเห็น


ในอีกแง่มุมหนึ่ง หากคุณเป็นนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์ มีฝีมือ แม้บทวิเคราะห์จะเป็นทรัพย์สินของบริษัท แต่ความรู้ทั้งหมดจะเป็นสิ่งติดตัวไป ยิ่งฝึกฝนฝีมือมากก็จะยิ่งเป็น Specialist ที่มีผู้ต้องการตัวมาก ดังเช่นในกรณีที่เราได้เห็นการซื้อตัวนักวิเคราะห์เกิดขึ้นบ่อยครั้งในแวดวง


ถาม ถึงความตั้งใจของเขาในขณะนี้ ธีระพงษ์บอกว่าเขาตั้งใจที่จะผลิตงานและบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าอย่าง ต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือลูกค้าสามารถนำบทวิเคราะห์ไปใช้ให้เป็นประโยชน์แล้วสามารถสร้าง "Return" ได้ในระดับที่พึงพอใจ ขณะเดียวกันความหวังของเขาในฐานะนักวิเคราะห์รุ่นพี่ก็อยากจะได้เห็นรุ่น น้องหน้าใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาประดับวงการมากขึ้



- ฐิติเทพ นพเกตุ ผู้อำนวยการบริหาร บล.ภัทร -- นักวิเคราะห์ดีเด่นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


"อย่าหยุดนิ่ง"



หาก พูดถึงหุ้นกลุ่มสื่อสาร หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นธุรกิจที่สลับซับซ้อนและมีปัจจัยรอบด้านเกี่ยว ข้องพันกันตลอดเวลา "เป็นหุ้นกลุ่มที่ทำการวิเคราะห์ได้ยาก เพราะโดยธรรมชาติและความเป็นไปของธุรกิจขึ้นอยู่กับกฎระเบียบของทางภาครัฐ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยากมาก และไม่ค่อยเป็นไปตาม Logic ที่คาดเดาได้ ดังนั้นการวิเคราะห์หุ้นกลุ่มนี้ให้เที่ยงตรงเชื่อถือได้ต้องมองทั้งภาพรวม ของธุรกิจและให้ความสำคัญกับความเป็นไปของนโยบายทางการเมืองด้วย" ฐิติเทพ เล่า


เขากล่าวต่อไปว่า ความยากอีกส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มสื่อสาร ก็คือ เป็นธุรกิจที่มีความเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่ๆ มีเข้ามาตลอด โดยเทคโนโลยีจะเริ่มได้รับความนิยมจากทางยุโรปก่อน จากนั้นขยายมายังประเทศชั้นนำด้านเทคโนโลยีในเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ จากนั้นจะเข้ามายังไทย ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ นี้มีส่วนกำหนดความเป็นไปของกลุ่มสื่อสารมาก ดังนั้นนักวิเคราะห์จึงต้องติดตามตลอด"


สำหรับแนวทางในการวิเคราะห์หุ้นในกลุ่มสื่อสาร ฐิติเทพมองว่าปกติแล้วจะใช้การวิเคราะห์ตามหลักการ คือ วิเคราะห์จากภาพใหญ่ หรือภาพรวมของตลาด จากนั้นเจาะลงไปที่หุ้นแต่ละตัว ซึ่งมีจำนวนบริษัทไม่มากนัก เพราะส่วนใหญ่เป็นหุ้นของบริษัทที่มีขนาดใหญ่ถึงใหญ่มาก แทบทั้งสิ้น


"สิ่งที่สำคัญที่สุดอีอย่างหนึ่งของการวิเคราะห์หุ้นสื่อสาร คือ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเที่ยงตรง โดยส่วนตัวแล้วจะอ่านข้อมูลจากทุกแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ จากฐานข้อมูลและงานวิจัยของ บล.ภัทร รวมทั้งจะอ่านแนวทางการวิเคราะห์และมุมมองของนักวิเคราะห์ท่านอื่น ๆ ประกอบด้วย ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์สมบูรณ์ที่สุด"


ฐิติ เทพเล่าว่าโดยปกติแล้วจะเริ่มงานตอนเช้าประมาณ 6โมงครึ่ง เพื่อเตรียมตัวเข้าประชุมประจำวัน เวลา 7 โมงครึ่ง หลังจากนั้นจะทำงานทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทำบทวิเคราะห์ การนำเสนอบริษัทให้กับลูกค้าของโบรกเกอร์ไปจนถึงการไปเยี่ยมชมบริษัทจด ทะเบียนและเข้าพบกับผู้บริหาร


สิ่งที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องไม่ลืม ก็คือ การเข้าพบและร่วมพูดคุยกับผู้บริหาร เพื่อรับฟังมุมมองและแนวทางในการทำงาน รวมทั้งศึกษาความสามารถของตัวผู้บริหารเอง โดยฐิติเทพ มองว่าเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อการวิเคราะห์หลักทรัพย์มาก


โดยบริษัทส่วนใหญ่ มักจะทำ Analyst Meeting ให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้พูดคุยซักถามกับผู้บริหารในทุกๆ ไตรมาส แต่โดยส่วนตัวมองว่าการไปคุยกับผู้บริหารไตรมาสละครั้งไม่ค่อยเพียงพอ จึงทำการนัดหมายขอเข้าไปพูดคุยซักถาม


สำหรับการคาดการณ์ถึงกลุ่มอุตสาหกรรมสื่อสาร ในปีนี้ ฐิติเทพคาดการณ์ว่าในช่วงระยะสั้นๆ ต้องลงทุนในกลุ่มสื่อสารอย่างระมัดระวัง เพราะนโยบายของรัฐบาลยังไม่ชัดเจน แต่ในระยะยาว ถ้านโยบายมีความชัดเจนมากขึ้น ก็ยังเป็นกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนไม่น้อย


จากการที่มีประสบการณ์ทำงานในแวดวงของนักวิเคราะห์กลุ่มสื่อสารมามากกว่า 10 ปี ฐิติเทพมองว่าภาพรวมของธุรกิจสื่อสารในช่วง 1 ทศวรรษที่ผ่านมาเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดด้วย เช่น บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ช่วงที่เขาเริ่มเข้ามาทำงานใหม่ๆ ยังมีตัวเลขผู้ใช้บริการเพียง 1-2 ล้านเลขหมายเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีเลขหมายให้บริการ เกือบ ๆ 20 ล้านเลขหมาย แสดงให้เห็นถึงการเติบโตเป็นอย่างมากของธุรกิจนี้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดีธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ใกล้ถึงจุดอิ่มตัวเนื่องจากเติบโตอย่างมาก



- จิราภรณ์ ลินมณีโชติ ผู้อำนวยการบริหาร บล. ภัทร -- นักวิเคราะห์ดีเด่นกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง

"เมื่อผิดต้องยอมรับความจริง"

จิราภรณ์บอกกับ M&W ว่าการที่จะเลือกบริษัทใดบริษัทหนึ่งขึ้นมาวิเคราะห์ จะให้นำหนักในเรื่องหลักธรรมาภิบาล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีส่วนในการตัดสินใจ เพราะเรื่องการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ หากบริษัทที่ไม่ยินยอมเปิดเผยข้อมูล นักวิเคราะห์เองจะไม่สบายใจที่จะวิเคราะห์


หลักสำคัญยังคงเป็นแผนธุรกิจของแต่ละบริษัทว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้าจะมีโครงการในอนาคตอะไรบ้าง มีความเหมาะสมกับสถานการณ์หรือปัจจัยภายนอกมากน้อยแค่ไหน แล้วจึงลงลึกไปถึงฐานะทางการเงินว่ามีการเติบโตเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน และมีข้อจำกัดทางการเงินอย่างไรบ้าง


สิ่ง เหล่านี้จะนำมาประมวลและเขียนออกมาเป็นบทวิเคราะห์ให้ลูกค้า ตลอดจนแนะนำว่าควรจะซื้อ ควรจะถือหรือควรจะขาย ในส่วนของผู้บริหารของบริษัท เธอมองว่ามีบทบาทสำคัญในการกำหนดแผนธุรกิจของบริษัทอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นซีอีโอและแผนธุรกิจของบริษัทจึงต้องมองควบคู่กับไป


สำหรับมุมมองที่บางคนอาจจะมองว่าอาชีพนักเคราะห์ก็ไม่ต่างไปจากอาชีพนักพยากรณ์ ที่ต้องคาดเดาทั้งตัวเลขผลประกอบการ ตลอดจนคาดเดาภาวะตลาดและแนะนำให้ลูกค้าซื้อหรือขายนั้น จิราภรณ์บอกว่าไม่อยากให้มองว่าอาชีพนักวิเคราะห์เป็นอาชีพนักพยากรณ์ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ทุกคำแนะนำ ทุกบทวิเคราะห์ที่ออกมามันเกิดจากสมมุติฐานที่ทำขึ้นมา


ตลอด ระยะเวลาที่เขียนบทวิเคราะห์มา ผ่านประสบการณ์มาแล้วมากมาย มีทั้งดีและไม่ดี จิราภรณ์เล่าว่า "บางครั้งที่เราวิเคราะห์หุ้นแล้วราคาหุ้นขึ้น ลูกค้าได้กำไรเพราะอ่านบทวิเคราะห์ของเรา เราก็ดีใจ สบายใจ ซึ่งเราจะได้รับ Feedback จากฝ่ายขาย บางครั้งลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาชมเชยบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับเราไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรของลูกค้าเพียงอย่างเดียว ตัวเลขที่เราทำออกมา ถ้ามันใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นแค่นี้เราก็มีความสุขแล้ว"


จรรยาบรรณของอาชีพนักวิเคราะห์ที่เธอยึดเป็นหลักในใจเสมอ คือ ความซื่อสัตย์กับงาน เมื่อนักวิเคราะห์คนหนึ่งพยายามใช้ความคิดและความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่ในการทำงานแล้ว ก็ควรซื่อสัตย์กับบทวิเคราะห์ของตนเองด้วย ซึ่งจริยธรรมมีความสำคัญต่อสายงานนักวิเคราะห์มาก


"การที่เราจะสร้างความมั่นใจและความเชื่อใจจากลูกค้าที่มีต่อเราได้ นอกเหนือจากความสามารถแล้ว จริยธรรมก็เป็นส่วนสำคัญอีกอย่างหนึ่ง การวิเคราะห์ผิด แล้วออกมายอมรับว่าผิด ตรงนี้ลูกค้าเข้าใจ และเป็นสิ่งที่ดีกว่าการที่พยายามฝืนแนะนำไปทั้งที่ผิด และไม่ยอมอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราทุ่มเทกับการทำงาน ซื่อสัตย์กับงาน และคอยให้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่เสมอ เท่านี้ก็เป็นการสร้างความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อเราได้แล้ว" จิราภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย


- สุเมฆ จันทราสุริยารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานค้าหลักทรัพย์สถาบันและงานวิจัย บล.บัวหลวง -- นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ดีเด่นในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก

"จงระมัดระวัง"

สุเมฆเล่าว่ายิ่งหุ้นขนาดเล็กความเสี่ยงยิ่งสูง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ต้องการให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีประสบการณ์เข้าไปดูแล หรืออย่างน้อยถ้าเป็นนักวิเคราะห์รุ่นใหม่จะต้องมีนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ


สำหรับ รางวัลนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ดีเด่นในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่เขาได้รับ ในครั้งนี้ สุเมฆกล่าวว่าเป็นการสะท้อนถึงผลงาน ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่เฉพาะตัวเองแต่เป็นภาพรวมของทีมงาน ทั้งวิธีการทำงานและโครงสร้างการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิเคราะห์หุ้นกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีจำนวนหุ้นค่อน ข้างมากและกระจายในหลายกลุ่มธุรกิจ ดังนั้นไม่มีทางที่คนๆ เดียวจะดูได้อย่างครอบคลุม


สุเมฆบอกว่าการจัดกลุ่มหุ้นกลุ่มนี้แต่ละที่ก็จะมีมุมมองแตกต่างกันไม่ตายตัว เพราะต้องมองประกอบกันตั้งแต่มูลค่าการตลาด (มาร์เก็ตแคป) และปริมาณการซื้อขาย ส่วนลักษณะการวิเคราะห์นั้นมุมมองของนักวิเคราะห์แต่ละคนจะคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เป็นขนาดเล็กลงไปและมีข้อมูลย้อนหลังน้อยนัก


"สิ่งที่กลายเป็นเรื่องสำคัญสำหรับการวิเคราะห์ของผม ก็คือ ประวัติของผู้บริหาร รวมถึงวิสัยทัศน์และมุมมองต่อการบริหารบริษัท" สุเมฆ กล่าว


เขากล่าวว่าการประเมินตัวผู้บริหารนั้น จะดูตั้งแต่หลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน จรรยาบรรณ คุณภาพในเชิงความรู้ความเข้าใจในตัวธุรกิจ รวมถึงนโยบายที่จะนำมาใช้ในการบริหารบริษัท โดยในกลุ่มหุ้นขนาดกลางขนาดเล็กนั้น จะต้องใช้กระบวนการวิเคราะห์และการติดตามเป็นปี เพื่อให้สามารถติดตามผลงานว่าจะเป็นไปตามที่ได้วางแผนไว้หรือไม่ และมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด


นอก จากนี้ในแง่ของฐานะทางการเงิน ระบบบัญชี ก็มีความสำคัญ เพราะเป็นประเด็นที่มักก่อให้เกิดปัญหาในหลายบริษัท กรณีเช่นมีการตกแต่งบัญชี หรือรายการแปลกๆ พิเศษๆ เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่นักวิเคราะห์ต้องลงลึกในรายละเอียด


สุเมฆ ให้มุมมองต่อไปว่าการวิเคราะห์หุ้นกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็กต้องมีความระมัดระวังในการวิเคราะห์หรือแนะนำหุ้น ต้องมั่นใจในข้อมูลจริงๆ เพราะอาจส่งผลต่อนักลงทุน แม้ว่าปัจจุบันหุ้นกลุ่มนี้จะมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น แต่หุ้นขนาดเล็กต้องยอมรับว่ายังเป็นปัญหาอยู่


ทว่า ข้อดีของหุ้นกลุ่มดังกล่าว คือ มีโครงสร้างของบริษัทที่ไม่สลับซับซ้อน และส่วนใหญ่ลักษณะธุรกิจที่ค่อนข้างโฟกัสไปอย่างเดียว ดังนั้นการวิเคราะห์แม้จะต้องใช้เวลาบ้าง แต่ถ้านักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีประสบการณ์จะสามารถมองได้ชัดเจน


สำหรับ นักลงทุนที่กำลังมองหุ้นกลุ่มขนาดกลางและขนาดเล็ก สุเมฆแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวัง ถึงแม้ว่าเป็นธุรกิจที่เข้าใจได้ง่ายไม่สลับซับซ้อนแต่ก็แฝงไปด้วยความ เสี่ยงและความไม่แน่นอนสูง


ส่วนคำแนะนำสำหรับใครที่สนใจเข้ามาในสายอาชีพนักวิเคราะห์ สุเมฆบอกว่าก่อนอื่นต้องชอบงานเพราะเป็นอาชีพที่ต้องทำงานเช้าเลิกดึก โดยเฉพาะช่วงที่งบการเงินออก ดังนั้นการจะทำงานหนักอย่างนี้จะต้องมีใจที่อยากจะทำงานจริงๆ


ถัดมาต้องเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่งในแนวความคิดการทำงาน จะเห็นได้ว่าในแต่ละธุรกิจจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระทบเสมอ ดังนั้นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ดีจะต้องหมุนตามให้ทัน รักการพัฒนาตัวเอง รวมถึงต้องไม่พอใจในผลงานตัวเองจนเกินไป


ขณะ ที่ทุกวันนี้นักวิเคราะห์รุ่นใหม่ๆ มีพัฒนาการที่ดีและเร็วขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะรุ่นหลังอาจจะแซงรุ่นเก่าด้วยซ้ำ เพราะต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่าอาชีพนี้เป็นเรื่องที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ มีบทวิจัยในท้องตลาดจำนวนมาก ซึ่งคนรุ่นใหม่สามารถอ่านบทวิจัยที่คนรุ่นเก่าต้องสั่งสมประสบการณ์มาเป็น 10 ปีได้ในเวลาเพียงไม่นาน ยิ่งถ้าเป็นผู้ที่มีพื้นฐานแน่นในด้านนี้จะยิ่งเข้าถึงแนวคิดและหลักการของ งานวิเคราะห์เร็วมากขึ้น


ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Money and Wealth ฉบับเดือนเมษายน 2550 วางแผงแล้ววันนี้

THE TECHNICAL ANALYST
AWARDS 2009

Sheraton Park Lane, London W1 - 12 March 2009

















speaker_emmanuel-acar.jpgEmmanuel Acar - Founder and Director, Directional Trading
Emmanuel Acar is the director of Directional Trading Limited. He worked for almost sixteen years in FX dealing rooms. At Bank of America, he headed the London Risk Management Advisory desk. Prior to this, Emmanuel worked at Citibank within the FX Engineering Group. He was a proprietary trader and portfolio manager for close to ten years at Dresdner Kleinwort Benson, BZW and BNP's London Branch. Emmanuel has a PhD from City University and has been active in the development of proprietary trading models since 1990.
speaker_rob-brand.jpgRob Brand - Head of DPM Equity, ABN AMRO
Rob Brand, Vice President at ABN AMRO, holds a Masters degree in Financial Business Economics from the University of Amsterdam in the Netherlands. Rob is a chartholder of the Financial Risk Management certificate (FRM) at the Global Association of Risk Professionals and chartholder of the Chartered Market Technicial certificate (CMT) at the Market Technician's Association. Rob has direct responsibility for stock selection and sector allocation at ABN AMRO Discretionary Portfolio Management and is leading a team of portfolio managers.
speaker_matthew-clements.jpgMatthew Clements - Editor, The Technical Analyst
Matthew Clements is editor of the Technical Analyst magazine. Previously he worked in the City for Prebon Yamane where he was head of market research, publishing fundamental and technical analysis to the firm’s clients. He holds a BSc and MSc in Economics from the University of London and is a member of the Society of Technical Analysts (MSTA).
speaker_buff-dormeier.jpgBuff Dormeier - First Vice President, Wachovia Securities
Buff Dormeier is PIM Portfolio Manager and First Vice President Investments at Wachovia Securities. Prior to joining Wachovia Securities in 2006, Buff worked with Charles Schwab (where he was responsible for setting-up their Technical Analysis Team) and PaineWebber. In 2007, Buff received the Charles Dow Award, which recognizes research papers that break new ground or make innovative use of established techniques in the field of technical analysis.
speaker_tom-dorsey.jpgTom Dorsey - Principal and Founder, Dorsey, Wright & Associates
Thomas J. Dorsey has extensive experience in the equity markets, particularly in the field of risk management. He is the author of numerous books on the Point & Figure methodology and appears regularly on Bloomberg Television, CNBC and Fox News. He has a degree in Business Administration and Economics from Virginia Commonwealth University.

speaker_nicole-elliott.jpgNicole Elliott - Senior FX Technical Strategist, Mizuho Corporate Bank
Nicole Elliott is a graduate of the London School of Economics and a member of the Society of Technical Analysis. She has worked in the City of London for over 20 years. Whether in trading, sales or as an analyst within the treasury departments of major international banks, technical analysis has formed the backbone of her methodology. As Mizuho Corporate Bank’s senior analyst in London she covers the foreign exchange, interest rate and commodity markets and equity indices.


speaker_robin-griffiths.jpgRobin Griffiths - Director, Cazenove Capital Management
Robin Griffiths joined Cazenove Capital Management in early 2008, prior to which he was head of asset allocation and technical research at private wealth management company, Rathbones, in London. Robin was previously with HSBC Investment Bank and is one of the global financial markets best known and most respected technical analysts.
speaker_rami-habib.jpgRami Habib - The Kyte Group
Coming soon...
speaker_avi-hooper.jpgAvi Hooper - Fund Manager, WestLB Mellon Asset Management
Avi Hooper is a fund manager on the Global Emerging Markets Bond Fund at WestLB Mellon Asset Management in London. Avi advises on technical analysis across multiple asset classes including emerging market equities, fixed income, commodities and currencies.
speaker_julian-mccree.jpgJulian McCree - Erste Bank
Julian McCree, a graduate in Business Finance, has been a proprietary trader for over 15 years trading in interest rate, foreign exchange and commodity markets. He has spent time working for HSBC, Fuji, Citibank and a private commodity trading company, Manro Haydan, before taking up the position of Senior Proprietary Trader at Erste Bank in London where he has worked for the last three years.
trainer_trevor.jpgTrevor Neil - Betagroup
Trevor Neil became a commodities trader at Merrill Lynch in the mid 1970’s before going on to work at LIFFE giving technical analysis support to floor traders. In 2000 he became head of technical analysis at Bloomberg where he was responsible for training and technical analysis software development. He is principal trainer for the Technical Analyst.
speaker_rashpal-sohan.jpgRashpal Sohan - Rathbones
Rashpal Sohan graduated from the London School of Economics and Political Science with a first class degree in Actuarial Science. He joined Rathbone Brothers Plc in 2005 as an asset allocation analyst working with Robin Griffiths, the head of asset allocation. He specialises in the use of quantitative techniques in the analysis of global markets, with particular emphasis on building models for system trading and investment purposes.
speaker_blank-sml.gifAlex Spiroglou - FUTEX Group
Alex Spiroglou is a Cross Asset proprietary trader at the FUTEX Group, He is also a Director & Partner for FUTEX Investment & Trading Academy. Mr. Spiroglou’s previous employers include a Global Macro Hedge Fund and he has held derivative trading positions within various Brokerage firms. He holds a Bsc in Banking and International Finance from Cass Business School in London, and eight professional licenses including the Diploma of Technical Analysis administered by the Australian Technical Analysts Association.

speaker_jeanpaul-vanstraale.jpgJean Paul van Straalen - Senior Portfolio Manager, Fortis Investments
Jean Paul van Straalen, holds a Masters degree in Business Economics from the University of Groningen in the Netherlands. Jean Paul is a chart holder of the Financial Risk Management certificate (FRM) at the Global Association of Risk Professionals and chart holder of the Chartered Market Technicial certificate (CMT) at the Market Technician's Association. Jean Paul is co-responsible for managing the Global Equity Value Fund based on quantitative stock selection and providing quantitative based solutions for analysts and portfolio managers.



http://www.technicalanalyst.co.uk/contact.htm


  • ชอบ

The Technical Analyst is proud to present its first annual awards to celebrate the best in technical analysis and automated trading. Winners will be announced at the Awards Ceremony on 12 March 2009, at the Sheraton Park Lane in London.


Shortlisted finalists for the Awards 2009 are:
























BEST EQUITY RESEARCH & STRATEGY
Chart Partners Group
Dow Jones Newswires
FBR International
Lowry Research Corporation
Redburn Partners
BEST FX RESEARCH & STRATEGY
Aspen Trading Group
Danske Bank
Merrill Lynch
PIA First
Trading Central
BEST FIXED INCOME RESEARCH & STRATEGY
Merrill Lynch
PIA First
UBS
BEST SPECIALIST RESEARCH
E-yield
JP Morgan Equity Quant Research
Kase and Company
Ted Hearne Associates (Drummond Geometry)
BEST SPECIALIST PRODUCT
DekaBank (Kx Systems)
ICAP (EBS Spot Ai)
Patsystems (Risk Informer)
Patterns and Predictions (Centiment)
Trading Technologies International (X_STUDY Volume Studies & Spread Charts)
BEST AUTOMATED TRADING PRODUCT
Alphacet
Berkeley Futures (IQ Trader)
Patsystems (Pro-Mark)
Progress Apama
QuantHouse (QuantFACTORY)
TradeStation
BEST TECHNICAL ANALYSIS PLATFORM
Equis International (MetaStock)
eSignal
tradesignal
TradeStation
Updata
TECHNICAL ANALYST OF THE YEAR
Valerie Gastaldy (DayByDay)
Nick Glydon (Redburn Partners)
Cynthia Kase (Kase and Company)
Axel Rudolph (Dow Jones Newswires)
(Plus the winner from each Research & Strategy category)
  • ชอบ
Forbes.com/StarMine 2007 Analyst Awards: Methodology
Mary Morgan, StarMine 05.01.07, 12:00 PM ET

pic



StarMine objectively measures the performance of security analysts in two distinct areas:


1.the returns of their buy/sell recommendations and the


2. accuracy of their earnings estimates. We base our annual analyst awards on the 2006 calendar-year performance of recommendations and on the performance of estimates for all fiscal quarters reported during the period April 1, 2006, through March 31, 2007, on companies headquartered in the U.S.


Data Source


Our data source for the U.S. awards is the Thomson IBES database, which records estimates and recommendations from thousands of security analysts. StarMine uses the Global Industry Classification System (GICS) for its industry definitions.


Industry Stock Picking Awards


The top three qualifying analysts in each industry receive an award. StarMine ranks analysts according to their Industry Excess Return, computed from a portfolio simulation that measures each analyst relative to an industry-based benchmark.


Calculation Of Industry Excess Return


We calculate all analyst returns relative to the return on a market capitalization-weighted portfolio of all of the stocks in a given industry.


For comparison purposes, StarMine builds a non-leveraged portfolio for each analyst based on his or her recommendations. For each "buy" recommendation, the portfolio is one unit long the stock and simultaneously one unit short the benchmark. The result gives the analyst credit for the amount by which the stock outperformed the benchmark.


"Strong buys" get a larger investment of two units long the stock and two units short the benchmark. "Holds" invest one unit in the benchmark (i.e., for an excess return of zero). "Sells" are the reverse: long the benchmark and short the stock. "Strong sells" get a larger investment of two units long the benchmark and two units short the stock. StarMine also makes an "opportunity adjustment" to the portfolio return, in order to facilitate a fair comparison of performance regardless of the analyst's coverage universe.


StarMine rebalances the resulting portfolio each month and whenever the analyst adds coverage, drops coverage or changes a rating.


Qualification Criteria


To qualify for a 2006 Industry Stock Picking Award, an analyst must have met the following criteria:


(1) An analyst must have covered at least five stocks in a given industry throughout 2006. If an industry has fewer than 15 stocks, an analyst must have covered a minimum of three stocks or one-third of the stocks in the industry, whichever is greater.


(2) An analyst's industry return must have exceeded the return of the relevant industry benchmark. That is, his or her Industry Excess Return must be positive.


(3) An analyst must have delivered at least a 3-star performance on his or her overall coverage (i.e., for all industries covered), as measured by StarMine's Coverage-Relative Rating, which rates analysts on a "star" scale of 1 to 5, with 5 being the highest rating.


Overall Stock Picking Awards To Top 10 Analysts


Overall Stock Picking Awards go to the top 10 qualifying analysts, based on overall excess return. To calculate overall excess return, StarMine uses the weighted average of each analyst's Industry Excess Returns, where we base the weighting on the number of stocks the analyst covers in each industry.


Qualification Criteria


To qualify for the overall stock-picking awards, analysts must have covered at least five stocks. In addition, StarMine requires analysts to have earned a 5-star rating on their overall coverage (i.e., for all industries covered), as measured by StarMine's Coverage-Relative Rating.


Overview Of Earnings Estimate Awards


StarMine's proprietary metric, Single-stock Estimate Score (SES), measures the accuracy of each analyst's earnings forecasts. SES is a measure of relative accuracy--that is, we compare analysts against their peers. An analyst's SES can range from 0 to 100, with 50 representing the average analyst. To get a score higher than 50, an analyst must make estimates that are both significantly different from and more accurate than other analysts' estimates.


SES takes into account many factors: the analyst's absolute forecast error, the analyst's error compared with other analysts, the variance of the analysts' errors, the timing of the estimates and the absolute value of the actual earnings for the stock. SES is computed daily and aggregated to provide scores on individual stocks, industries (the Industry Estimate Score), and the analyst overall (the Overall Estimate Score).


Industry Earnings Estimate Awards


To determine the winners of Industry Earnings Estimate Awards, StarMine ranks qualifying analysts based on their Industry Estimate Score for the stocks in a specific industry. StarMine presents Industry Earnings Estimate Awards to the top three qualifying analysts in each industry.


Qualification Criteria


To qualify for this ranking, an analyst must have had coverage on at least five stocks throughout 2006. If an industry has fewer than 15 stocks, an analyst must have covered a minimum of three stocks or one-third of the stocks in the industry, whichever is greater.


Overall Earnings Estimate Awards To Top 10 Analysts


The 10 qualifying analysts with the highest Overall Estimate Scores earn StarMine's Overall Earnings Estimate Awards.


Qualification Criteria


To qualify for StarMine's Top 10 list, an analyst must have had coverage on at least five stocks during our measurement period.


Non-Participating Firms


The following firm did not participate in StarMine's 2006 Annual Analyst Awards for the U.S.: Buckingham Research; CLSA Ltd.; Lehman Brothers; Sanford C. Bernstein & Co.; and Sidoti & Company.


  • ชอบ

PHATRA กวาดรางวัลนักวิเคราะห์ดีเด่นสำหรับสถาบัน ส่วนรายย่อย วิริยา+รณกฤต+สุกิจ ได้ไป

Posted on Tuesday, June 03, 2008




สมาคม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ได้ประกาศรางวัลนักวิเคราะห์ดีเด่น ประจำปี 2550 ถือเป็นการประกาศรางวัลครั้งที่ 2 โดยปีนี้ พิเศษกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อมีการแยกประเภทรางวัลออกเป็น สายนักลงทุนรายย่อย และสายนักลงทุนสถาบัน ปรากฏว่า นักวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์ ที่ได้รับการยอมรับในสายนักลงทุนสถาบันสูงสุด ตกเป็นของ เอียน กิสบอร์น จาก บมจ.หลักทรัพย์ ภัทร (PHATRA)


ส่วนนักวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์ ที่ได้รับการยอมรับจากสายนักลงทุนรายย่อย มี 2 คน ได้แก่ สุกิจ อุดมศิริกุล จาก บล.นครหลวงไทย (SCIBS) และนายรณกฤต สารินวงศ์ จาก บมจ.หลักทรัพย์แอ๊ดคดินซัน (ASL)

นอกจากนี้


รณกฤต สารินวงศ์ ยังได้รางวัลนักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ในสายงานนักลงทุนรายย่อยไปครองอีกรางวัลหนึ่งด้วย


ส่วนรางวัลนักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สายนักลงทุนสถาบัน ตกเป็นของ จิราภรณ์ สินมณีโชติ จาก PHATRA

เช่นเดียวกับรณกฤต ที่คว้า 2 รางวัล เพราะ


วิริยา ลาภพรหมรัตน จาก บล.เกียรตินาคิน (KKS) คว้า 2 รางวัลนักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี กับหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน สายผู้ลงทุนรายย่อย ไปครอง


ปล่อยให้


ธนพร วิศรุตพงษ์ จาก บล.กสิกรไทย และธีระพงษ์ วชิรพงษ์ จาก PHATRA คว้ารางวัลนักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี กับหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน ตามลำดับ

สำหรับรางวัลนักวิเคราะห์หุ้น


กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคมดีเด่น สายผู้ลงทุนรายย่อยตกเป็นของ วราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ จาก บมจ.หลักทรัพย์ซีมิโก้ (ZMICO) และไม่มีอะไรพลิกโผ


เพราะรางวัลสำหรับสายนักลงทุนสถาบัน ตกเป็นของ ฐิติเทพ นพเกตุ จาก PHATRA อีกเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม PHATRA กลับไม่สามารถคว้ารางวัลนักวิเคราะห์ดีเด่น


กลุ่มหุ้นอื่น ๆ รวมถึงหุ้นขนาดกลางและเล็กได้ เพราะ 2 นักวิเคราะห์จาก บมจ.หลักทรัพย์กิมเอ็ง (KEST) ได้แก่ สุทธาทิพย์ พีรทรัพย์ และณภัทร จันทรเสรีกุล เหมารางวัลไป

สำหรับไฮไลต์ของการประกาศรางวัลครั้งนี้ ปรากฎว่า ฝ่ายวิจัย KEST คว้ารางวัลในสายนักลงทุนรายย่อยไปครอง ขณะที่ฝ่ายวิจัยจาก PHATRA คว้ารางวัลในสายนักลงทุนสถาบันไปครอง และทำให้ในรอบ 2 ปีนี้ ฝ่ายวิจัย PHATRA ยังครองตำแหน่งในแวดวงนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง


  • ชอบ

สูตรความสำเร็จของ Money Maker


Posted on Monday, November 12, 2007


ลูกค้า คือ พระเจ้า เป็นประโยคเด็ดและใช้ได้กับอาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ มาร์เก็ตติ้ง และผู้จัดการกองทุน เพราะเมื่อไรที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ พวกเขาและเธอจะสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เพราะสองอาชีพนี้นอกจากจะขายข้อมูล รวดเร็ว แม่นยำ พัฒนาตัวเองตลอดเวลา ต้องซื่อสัตย์และมีจรรยาบรรณ ถึงจะอยู่รอดปลอดภัยได้

บล.ทิสโก้ "ต้องสร้างมุมมองใหม่"



"คุณต้องเป็นที่พึ่งด้านข้อมูลให้กับลูกค้า" ปรเมศร์ ทองบัว ผู้อำนวยการสำนักวิจัย บล.ทิสโก้ กล่าว

โดย ทั่วไปแล้วการเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์คงหนีไม่พ้นการก้าวให้ทันข้อมูล รวมถึงต้องสร้างมุมมองใหม่สำหรับบริษัทและอุตสาหกรรม ซึ่งมุมมองดังกล่าวเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าเลือกเข้ามาใช้บริการ ในแง่การทำงาน ปรเมศร์ยอมรับว่าปัจจุบันนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ทำงานง่ายขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูล แต่สิ่งที่ยากขึ้น คือ กลุ่มลูกค้าที่มีความรู้มากขึ้นและมีมุมมองหลากหลายและไล่ตามนักวิเคราะห์ หลักทรัพย์มาติดๆ

"การทำงานในอาชีพนี้ถ้าอัพเดทข้อมูลเรื่อยๆ จะลดความหนักไปได้ แต่ช่วงเริ่มต้นใหม่ๆ อาจจะหนักบ้างเป็นเรื่องธรรมดา" ปรเมศร์ เล่า "การเป็นนักวิเคราะห์ถ้าจะคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จคงตัดสินลำบาก เพราะเป็นเรื่องการพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา"

ด้านพิทักษ์ ลิ้มรัตนดำรงค์ หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้าสถาบัน 1 บล.ทิสโก้ บอกว่าอาชีพมาร์เก็ตติ้ง นอกจากการแข่งขันกับเวลาแล้วยังต้องให้บริการกับลูกค้าได้เหนือกว่าที่ ลูกค้าคาดหมาย ถ้าลูกค้าขอมา 100 ต้องให้ได้มากกว่า 100

สำหรับการ เติบโตในบทบาทของมาร์เกตติ้ง พิทักษ์บอกว่าผู้ที่มีพื้นฐานการลงทุนในหุ้น หรือคลุกคลีอยู่กับตลาดมาบ้างถือเป็นพื้นฐานที่ดี ส่วนความรู้ด้านการวิเคราะห์ ดูหุ้น ดูบทวิเคราะห์เป็นเรื่องของเวลา โดย บล.ทิสโก้จะฝึกฝนมาร์เก็ตติ้งด้วยการปล่อยให้ไปอยู่กับฝ่ายวิเคราะห์หลัก ทรัพย์ 1 - 2 เดือน แล้วสร้างผลงานบทวิเคราะห์ออกมาเพื่อให้เข้าใจถึงกระบวนการ ตัวเลขสำคัญต่างๆ จากนั้นให้ไปทดลองพูดคุยกับลูกค้า

"การจะคิดว่า อาชีพนี้เหนื่อยหรือไม่ขึ้นอยู่กับความชอบ เพราะจะยุ่งมากในตอนเช้าและตอนเย็น เพราะเป็นช่วงที่ข้อมูลไหลเข้ามา แต่ลักษณะงานจะจบเป็นรายวัน"

มาร์เก็ตติ้งที่จะอยู่รอดได้ต้องปรับ ตัวให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ รวมถึงการเข้าไปเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ และขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างจุดเด่นหรือผลักดันตัวเองให้โดดเด่นออกมาเตะตา ลูกค้า



***************************************************************

บล.ภัทร "โบรกไทย บริการแบบสากล"



"นึกอะไรไม่ออกให้บอกผม" เป็นอีกหลักที่บุญชัย สกุลวรรณดี ผู้อำนวยการบริหาร ฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล บล.ภัทร ยึดเพื่อให้บริการลูกค้า ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องการลงทุนหรือเรื่องอื่นๆ

ยิ่ง ไปกว่านั้นในฐานะที่เขาดูแลลูกค้าบุคคลขนาดใหญ่ (High Net Worth) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่เก่งและมีเงินลงทุนสูง ย่อมต้องการคู่คิดการลงทุนที่สามารถตอบสนองความต้องการในเรื่องการลงทุนได้ ครบวงจร

เขาบอกว่าการทำงานหนักขึ้นทุกวันเพราะต้องการให้ลูกค้าได้ รับผลตอบแทนที่ดีเป็นไปตามที่คาดหวัง ซึ่งสิ่งที่ทำให้เราทำได้เพราะมีฝ่ายวิจัยที่แข็งแกร่งที่ให้ข้อมูลพื้นฐาน และการวิเคราะห์การลงทุน อีกทั้งการทำงานเป็นทีมที่ทุกคนสามารถแทนกันได้ บวกกับแนวคิดกำหนดไว้ร่วมกับลูกค้า คือ การตั้งเป้าหมายในการลงทุนระยะยาวและการแบ่งสัดส่วนการลงทุนตั้งแต่เริ่มแรก ทำให้เราไม่ต้องปรับการลงทุนเป็นรายวัน

ด้านนิภาภรณ์ หัพนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายค้าหลักทรัพย์สถาบัน บล.ภัทร เล่าว่าในฐานะที่ทำงานอยู่ในโบรกเกอร์สัญชาติไทย แต่ดูแลลูกค้าสถาบันโดยเฉพาะสถาบันต่างประเทศ การจะไปแข่งขันกับคู่แข่งระดับโลกที่มีทีมงาน เทคโนโลยีครบถ้วน เราต้องเน้นคุณภาพในการให้บริการ ว่า มีความรู้รอบด้าน โดยการดึงทรัพยากรจากทุกส่วนทั้งด้านมาร์เก็ตติ้งเอง การทำรายการซื้อขาย ฝ่ายวิจัย และธุรกรรมฝ่ายวานิชธนกิจ ซึ่งลูกค้าสถาบันจะมีวิธีการประเมินคุณภาพ ของโบรกเกอร์อย่างชัดเจน ซึ่งภัทรจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ

เธอต้องแข่ง ขันกับตัวเอง ในการค้นหาข้อมูล ความรู้ เพื่อให้คำแนะนำได้ลึก และด้วยบล.ภัทรมีพันธมิตร คือ Merrill Lynch ทำให้มีความพร้อมมากขึ้น ที่สามารถเข้าถึงฐานลูกที่กว้างขึ้น ได้มุมมองจากทางต่างประเทศมาปรับใช้กับกับการวิเคราะห์ตลาดไทยในเชิงเปรียบ เทียบ อีกทั้งความรู้ลึกในตลาดไทย ทำให้เรามีความสามารถเทียบเท่าโบรกเกอร์ชั้นนำ

ลูกค้าสถาบันจะมีการแบ่งเป็นหลายกลุ่มตามประเภทของเงินลงทุน ทั้ง Long term Fund, Global Fund หรือ Hedge Fund ซึ่งแต่ละกลุ่มมีลักษณะการลงทุนต่างกัน เช่น ชอบซื้อแล้วถือยาว 5 ปี หรือต้องการผลตอบแทนเร็ว หรือเป็นพวก special situation หรือเป็น Country Fund ที่สามารภลงหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดเล็กได้

"ความสำเร็จของ โบรกเกอร์ก็ต้องขึ้นอยู่กับการที่เรารู้จักกลุ่มประเภทของลูกค้าด้วย เพื่อจะได้ให้ข้อมูลที่ตรงตามความต้องการ จากที่ทำงานมา 13 ปี เน้นทีมเวิร์ค มีความเป็นครอบครัว มุ่งมั่น และไม่หยุดนิ่ง เพราะเป็นยุคโลกาภิวัตน์ ข่าวสารมีการเปลี่ยนแปลง และกระทบต่อการตัดสินใจตลอดเวลา " นิภาภรณ์ กล่าวทิ้งท้าย




***************************************************************

บล.เอเซีย พลัส "ต้องทำงานหนักสม่ำเสมอ"



ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซีย พลัส ให้มุมมองต่ออาชีพมาร์เกตติ้งว่า เป็นวิชาชีพที่สำคัญต่อธุรกิจหลักทรัพย์ โดยมาร์เก็ตติ้งที่ดีจำเป็นต้องมีพื้นฐานองค์ความรู้โดยเฉพาะด้านการวิจัย และสนใจตามข้อมูลข่าวสาร ทั้งระดับประเทศ ภูมิภาค ไปจนถึงระดับเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับมาร์เก็ตติ้ง คือ ต้องมีความสามารถในการสื่อสาร นั่นคือต้องรายงานสถานการณ์ที่เป็นจริงกับลูกค้า ทั้งข่าวด้านบวกและด้านลบ "ถ้าให้มองไปข้างหน้าอาชีพนี้จะถูกแย่งส่วนแบ่งมากขึ้น ทั้งจากลูกค้านักลงทุนที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการลงทุน หลายคนจึงเริ่มซื้อขายหุ้นด้วยตนเอง เทรดผ่านอินเตอร์เนต หรือลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลซึ่งมี Fund Manager คอยดูแล สิ่งเหล่านี้ถือเป็นคู่แข่งของเจ้าหน้าที่การตลาดที่นับวันยิ่งเพิ่มมาก ขึ้น"

มาดูด้านอาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ภรณี ทองเย็น, CISA ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส กล่าว ว่าชีวิตนักวิเคราะห์เรียกว่าทำงานหนักสม่ำเสมอ เริ่มงานตั้งแต่เช้ามากและส่วนใหญ่ต้องเอางานกลับไปทำที่บ้านด้วย ยิ่งถ้าเป็นวันที่มีประเด็นใหญ่ๆ เข้ามาก็ต้องเร่งเขียนบทวิเคราะห์ให้เสร็จทันวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นข้อจำกัดในเรื่องของเวลา

เธอเปรียบเทียบการทำงานของนัก วิเคราะห์หลักทรัพย์ในยุคนี้กับเมื่อ 10 ปีก่อน การทำงานปรับเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในแง่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งในเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ความเร็วและความต่างของแนวความคิด รวมถึงจำนวนนักวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เธอบอกว่านัก วิเคราะห์หลักทรัพย์เป็นอาชีพที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ให้อย่างต่อเนื่อง สามารถนำไปใช้ในอาชีพที่เกี่ยวเนื่องได้หลากหลาย หลายคนผันตัวเองไปเป็น Fund Manager หรือที่ปรึกษาการลงทุน ถึงแม้ว่าในเร็วๆ นี้จะมีความแน่นอนเรื่องการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์แต่นักวิเคราะห์ยังเป็น ที่ต้องการของตลาด

"แต่อาชีพนี้จะไม่มีทางตันแน่นอน" ภรณี บอก



***************************************************************

บล.เครดิตสวิส (ประเทศไทย) "ความท้าทายที่น่าค้นหา"



มาร์ค แอนดรูว์ ฟลุกส์ Managing Director and The Head of Equities for South East Asia บล.เครดิตสวิส (ประเทศไทย) จัดได้ว่าเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในแวดวงการธุรกิจหลักทรัพย์ของไทย นับจากวันแรกจนถึงวันนี้กว่า 11 ปี เขาทำงานในธุรกิจหลักทรัพย์มาโดยตลอด นับตั้งแต่เริ่มงานกับ Salomon Brothers ในลอนดอน ก่อนจะเข้ามาประจำที่ฮ่องกงและไทย จากนั้นย้ายไปเป็นแม่ทัพให้กับ Credit Lyonnais ประจำภูมิภาคเอเชีย ก่อนจะเข้ามาร่วมงานกับ บล.เครดิตสวิส (ประเทศไทย) ในปี 2542

"การทำงานในธุรกิจหลักทรัพย์เป็นงานที่ค่อน ข้างหนัก ชั่วโมงการทำงานยาวนาน โดยส่วนตัวเริ่มงานตั้งแต่ 6โมงครึ่ง จนถึงสองสามทุ่มแทบทุกวัน เพราะลูกค้ามีอยู่ทั้งเอเชีย ลอนดอน นิวยอร์ก ความแตกต่างของเวลา (Time Zone) ทำให้มีชั่วโมงการทำงานที่ยาวขึ้น"

อย่าง ไรก็ดี มาร์ค ฟลุกส์ยังคงสนุกกับการทำงาน เพราะเขามองว่าทุกวันมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นเสมอ และเป็นความท้าทายที่น่าค้นหา "แม้หลายคนมองว่างานวิเคราะห์ค่อนข้างจำเจ น่าเบื่อ แต่หากได้ลองมาสัมผัสแล้วจะพบว่าจริงๆ แล้วทุกวันมีความแตกต่างและท้าทายอยู่เสมอ เพราะหลายสิ่งอาจจะเปลี่ยน เช่น พื้นฐานเปลี่ยน หรือเรื่องราวมีอะไรใหม่ๆ มาอัพเดทอยู่เสมอ สิ่งเหล่านี้เป็นการลับสมองและน่าความท้าทายทำให้ผมหลงไหลในการทำงาน วิเคราะห์หลักทรัพย์

นอกจากนั้นสิ่งที่ท้าทายไม่แพ้กัน คือ การค้นหานักวิเคราะห์หลักทรัพย์รุ่นใหม่ๆ ที่มีคุณภาพ พร้อมกับพัฒนาความสามารถของพวกเขาควบคู่ไปกับบริษัท และหยิบยื่นหรือสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และการเติบโตของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าทุกวันนี้การเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนจะพัฒนาในเชิงบวกมาก ยิ่งขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไม่กดดันเหมือนกับในอดีตที่ผ่านมา ทว่าหัวใจสำคัญต่ออาชีพนี้ คือ ความ "Consistency" และความถูกต้องของข้อมูล



***************************************************************

บล.ทรีนีตี้ "จงสนุกกับงาน"




วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ มองว่าการทำงานของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์รุ่นใหม่กับอดีตแตกต่างกัน โดยเขายอมรับว่าในอดีตการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนมีน้อย โดยเฉพาะ Financial Statement การทำงานจะใช้วิธีเหมือนกับการต่อจิ๊กซอว์ ด้วยการมองภาพเล็กไปสู่ภาพใหญ่ สิ่งสำคัญของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องเข้าใจงบดุล กำไรขาดทุน งบกระแสเงินสดให้ถูกต้อง ขณะเดียวกันต้องรู้จักเวลาในการปรับเพิ่มหรือลงของเป้าหมายด้วย

นัก วิเคราะห์หลักทรัพย์ในอนาคตนอกจากการวิเคราะห์แล้วยังต้องมองถึงผลกระทบของ หุ้นได้ด้วย รวมถึงวิเคราะห์เรื่องผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ ที่ออกมาใหม่ และต้องผนวกความรู้ทั้งหมดมาเป็นหนึ่งเดียว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับตัวเอง

"อาชีพ นี้เหมาะกับคนที่สนใจการเรียนรู้ จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศนั้นนักวิเคราะห์บางคนอายุ 60 ปี ยังทำและทำได้ดีด้วย" วิศิษฐ์ เล่า "ทุกอาชีพเมื่อมีใจ แม้งานจะหนักแต่จะไม่รู้สึกว่าหนัก จากงานหนักก็เป็นงานสบาย และเราจะมีความสุขกับงาน"

กิตติพงศ์ สิทธิญาวณิชย์ Executive Director หัวหน้าทีมมาร์เก็ตติ้ง บล.ทรีนีตี้ บอกว่าการเป็นมาร์เก็ตติ้งที่ประสบความสำเร็จ ไม่เพียงแต่ต้องมีความรู้และเทคนิค ต้องเรียนรู้อุปนิสัยใจคอของลูกค้า

"คุณ อาจคิดว่ารายใหญ่ชอบถือยาว และรายย่อยเทรดรายวัน แต่บ่อยครั้งที่พบว่าไม่แน่เสมอไป มาร์เกตติ้งจึงต้องใส่ใจทุกรายละเอียด ต้องเข้าไปเป็นเพื่อนที่รู้ใจของลูกค้าให้ได้ แม้บางครั้งลูกค้าอาจจะโทรมาหาในเรื่องที่นอกเหนือจากการลงทุน ถ้าช่วยได้ก็ควรทำเพราะจะทำให้เราได้เรียนรู้กันเร็วขึ้นและสร้างความไว้วาง ใจต่อกัน ยิ่งลูกค้าเรียกใช้บริการมากก็ต้องคิดว่าเป็นโชคดี"

อย่า ลืมว่าทุกวันนี้ลูกค้ามีทางเลือกในการลงทุนหลากหลาย และไม่จำเป็นต้องใช้บริการผ่านมาร์เก็ตติ้ง แต่ผ่านออนไลน์และมีค่าคอมมิชชั่นถูกกว่าจึงเป็นสถานการณ์ที่ทำงานยากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่มาร์เกตติ้งทำได้ในขณะนี้ก็คือการสร้างคุณค่าของตัวเองขึ้นมา

กิตติ พงศ์มักจะบอกรุ่นน้องๆ ตลอดเวลาอย่าประมาท มาร์เก็ตติ้งรุ่นใหม่ๆ บางคนเก่งและในสภาพตลาดบางช่วงเขาจะมีรายได้ค่อนข้างสูงแต่ต้องไม่ลืมว่า ตลาดไม่ได้ดีเสมอไป ดังนั้นต้องไม่คิดว่าตัวเองฉลาดหรือเก่ง เพราะถ้าคิดเช่นนั้นจะทำให้เกิดการหยุดเรียนรู้



***************************************************************

บล.ไทยพาณิชย์ "การทำงานต้องไดนามิก"



ธนพร วิศรุตพงษ์ ผู้อำนวยการ บล.ไทยพาณิชย์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ดีเด่นหุ้นกลุ่มพลังงาน จากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บอกว่าคุณสมบัติที่ดีของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องมี Service Mind มองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก มีความต้องการที่อยากจะทำข้อมูลให้กับลูกค้าอย่างจริงใจ "นักวิเคราะห์ต้องเร็วที่สุด ถูกต้องมากที่สุด และแม่นยำที่สุด แต่คงไม่มีอะไรที่ดีที่สุดพร้อมๆ กัน ดังนั้นต้องทำให้ดีที่สุดในช่วงเลานั้นๆ"

ธนพร บอกต่อไปว่าความรู้เปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา ก้าวให้ทันถ้าไม่ทันจะลำบาก เพราะอาชีพนี้อยู่กับข้อมูล ยิ่งรู้มาก รู้ลึกและเข้าใจจะมีความได้เปรียบ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รุ่นใหม่หายากมาก ด้วยตัวงานด้านวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีความยาก ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และที่สำคัญ ต้องมีความอดทนสูง ดังนั้น ผู้ที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้จึงต้องมีใจรักในงานด้านนี้จริงๆ จึงจะประสบความสำเร็จ"

ปัจจุบัน บล.ไทยพาณิชย์ มีระบบการทำงานของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เป็นรูปแบบซีเนียร์ และจูเนียร์ โดยฝึก เรียนรู้และทำงานไปพร้อมๆ กัน (On the job training)

หันมาดูด้านฝ่ายมาร์เก็ตติ้งกันบ้าง หลังจากบุกเบิกด้านค้าหลักทรัพย์สถาบันมากว่า 13 ปี เมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ ปฐมพร จิวะพงศ์ ได้รับความไว้วางใจจาก บล.ไทยพาณิชย์ให้เข้ามาบุกเบิกธุรกิจใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล และเธอได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ของลูกค้าราว 2.1 หมื่น ล้านบาท

"อาชีพ นี้ไม่มีสูตรสำเร็จ ดังนั้นความสำเร็จเป็นผลมาจากการออกแบบจากตัวเราเองว่าจะให้ออกมาเป็นอย่าง ไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ งานที่ทำอยู่เป็นเรื่องใหม่ เหมือนเรามีกระดาษเปล่ามา 1 ใบ แล้วต้องออกแบบว่าต้องการให้ฝ่ายนี้ออกมาในลักษณะไหน ใครคือกลุ่มเป้าหมาย และต้องการมีกลยุทธ์อะไรเพื่อจะทำให้เกิดธุรกิจขึ้นมา"

ปฐมพรได้ ให้ปรัชญาในการทำงานไว้อย่างน่าฟังว่า ควรมีความ CARE เป็นหัวใจพื้นฐาน คือ C = Commitment + A=Alert + R =Responsibility + E = Excellence "แคร์ลูกค้าว่าได้รับบริการที่ดีเพียงพอและรู้สึกว่าเลือกถูกคนแล้ว แคร์เจ้านายว่าเราทำงานให้ได้อย่างไม่ผิดหวัง แคร์ลูกน้องว่ามีขวัญและกำลังใจที่ดี"

ทุกวันนี้ปฐมพรยังสนุกกับงาน และจะทำงานด้านนี้ไปจนเกษียณอายุ เธอมองว่าเรื่องเงินๆ ทองๆ มีความสำคัญกับชีวิตประจำวันของทุกคน ธุรกิจนี้ทำให้เราต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และอยากจะเป็นคนที่ลูกค้าเลือกและไว้วางใจในฐานะเป็นเพื่อนคู่คิด

"อยากให้เราเป็นคนแรกที่ลูกค้านึกถึง" ปฐมพร กล่าวทิ้งท้าย



***************************************************************

บล.ไอร่า "อย่าพูดแค่ซื้อหรือขาย"



บล. ไอร่าโบรกเกอร์ค่ายนี้ถือเป็นน้องใหม่ล่าสุดแห่งวงการ โดยกลุ่มนักธุรกิจร่วมลงขันซื้อธุรกิจ บล.พรูเด้นสยาม แล้วทำการเปลี่ยนชื่อเป็น บล.ไอร่า

นคร คลศรีชัย รองกรรมการผู้จัดการ บล.ไอร่า ดูแลงานด้านมาร์เก็ตติ้งบอกว่าในอดีตลักษณะการเป็นมาร์เก็ตติ้งทำหน้าที่ เพียงส่งคำสั่ง "ซื้อ" หรือ "ขาย" ทว่า ทุกวันนี้ภาพมาร์เก็ตติ้งต้องทำการกรองข้อมูล ข่าวสารแล้วนำมาสรุปแล้วให้คำแนะนำกับลูกค้า "มาร์เก็ตติ้งต้องวางกลยุทธ์การแนะนำด้านการลงทุนให้กับลูกค้าที่ถูกต้อง เหมาะสม"

ทุกวันนี้บุคลากรด้านนี้หายากมากพอสมควร สะท้อนออกมาจากมาร์เก็ตติ้ง 1 คนต้องดูแลบัญชีลูกค้า 30-40 บัญชี ซึ่งถือเป็นจำนวนมากพอสมควร นอกเหนือไปจากนี้ หลังจากตลาดหุ้นเปิดเสรี นครมองว่ามาร์เก็ตติ้งจะอยู่รอดได้ต้องรู้จักสินค้าให้หลากหลาย และจะได้เปรียบเมื่อพัฒนาตัวเองตลอดเวลา "ถ้ามาร์เก็ตติ้งมีความรู้มากๆ จะทำให้ลูกค้ามีความเสี่ยงลดลง" เขา ชี้ "อาชีพนี้ทำงานหนักและใจรักถึงจะทำได้ เพราะเป็นอาชีพที่ขายสินค้าที่จับต้องไม่ได้"

ด้านมอค สวี เม้ง, CFA, FRM, PRM ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.ไอร่า เข้ามาดูแลงานด้านวิเคราะห์ บอกว่าโดยหลักการแล้วอาชีพนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ต่างประเทศกับเมืองไทยไม่ มีความต่างกัน แต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ในไทยต้องออกแรงมากขึ้นในการหาข้อมูล

อาชีพ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีเรื่องให้ทำอีกมากมาย รวมถึงต้องรู้อดีต ปัจจุบันและดูแนวโน้มอนาคต "พวกเขาต้องมีอิสระในการทำงาน จากนั้นจะให้ข้อมูลทั้งในข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเพื่อให้ลูกค้าในการ ประกอบการตัดสินใจ เพราะหากการทำงานไม่มีอิสระจะทำให้ขาดความน่าเชื่อถือจากนักลงทุน"

นอก จากนี้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่ดีควรแนะนำให้ลงทุนระยะยาวมากกว่าลงทุนแบบ รายวัน "อดีตที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้นักลงทุนระยะยาวจะได้ผลตอบแทนมากกว่านักลงทุน แบบฉาบฉวย ที่สำคัญต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการผลตอบแทนเท่าไร และรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะให้คำแนะนำได้อย่างเหมาะสม" มอค กล่าวทิ้งท้าย



***************************************************************

กองทุนหุ้นบัวหลวง "ทีมงานที่นี่มีเลือดสีเดียวกัน"



ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนกองทุนหุ้นของ บลจ.บัวหลวง ติดอันดับต้นๆ มาตลอดไม่ว่าจะวัดในช่วงสั้นหรือช่วงยาว วรวรรณ ธาราภูมิ หรือ "พี่ตู่" ที่คนในวงการการเงินเรียก สาวสถาปัตย์ที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นผู้จัดการกองทุนหุ้นมือหนึ่ง บอกว่าผลงานที่ออกมาถือว่าเป็นระยะสั้นๆ และไม่อยากให้ดูผลตอบแทนแบบนี้มากนัก ควรดูยาวๆ 3 ปีขึ้นไป และเป้าหมายของที่นี่ไม่ได้หวังว่าจะเป็นที่หนึ่ง หรือต้องติดอันดับทั้งกลุ่มแต่อย่างใด แต่เน้นที่จะเทียบผลตอบแทนกับ benchmark และค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมมากกว่า

บลจ.บัวหลวง จะมี Good Stock ประมาณ 50-60 ตัว ใช้วิธีคัดเลือกที่ธรรมดาที่สุดคือ หาหุ้นด้วยการดูพื้นฐานธุรกิจและตัวเลขทางการเงินต่างๆ ถ้าผ่านเกณฑ์แล้วเอามาวิเคราะห์โดยผู้จัดการกองทุนอิงกับงานวิจัยของ โบรกเกอร์ แล้วนำเสนอเข้าคณะกรรมการลงทุน เพื่อคัดเลือกเข้าตะกร้าหุ้น เป็นขอบเขตที่ผู้จัดการกองทุนบัวหลวงลงทุนได้ แต่จะตัวไหนบ้าง สัดส่วนอย่างไร ขึ้นกับสภาพตลาด สภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์ของราคา

สัด ส่วนของหุ้นในพอร์ตก็ไม่มีหลักตายตัวเช่นกัน วรวรรณบอกว่าที่บัวหลวงจะไม่ใช้ Quantitative มากำหนดการลงทุนเพราะตลาดไทยยังเป็น Emerging Market ที่สามารถใช้ความเป็น Active Fund เพิ่มมูลค่าของพอร์ตได้

บางทีดูกระดานหุ้นไทยเทียบกับ กระดานต่างประเทศ มีจังหวะทำกำไรทำ arbitrage ได้เราก็ทำ หรือบางทีราคาหุ้นแม่กับ warrant ไม่เหมาะสมกันตัวไหนจะทำกำไรได้เราก็เข้าไปซื้อ เหมือนของฟรีที่เก็บตกได้เป็นผลดีกับกองทุน และเป็นวิธีฝึกทีมงานให้ชินกับการเฝ้าตลาด หุ้นบางตัวที่ถือ ถ้าราคาขึ้นมาถึงเป้าหมายที่คิดไว้ก็จะทยอยปล่อยออกไปบ้าง ลดพอร์ตลง เพราะตลาดหุ้นมันขึ้นๆ ลงๆ โดยเฉพาะ Emerging Market ดังนั้นมีจังหวะต้องเก็บคะแนนไว้ก่อน พอราคาตก เราค่อยกลับไปเก็บที่ราคาต่ำได้

จะเก่งแค่ไหนทุกคนก็เคยพลาด วรวรรณบอกว่า บัวหลวงไม่ได้พลาดจากการเลือกหุ้นผิดตัว แต่ผิดจังหวะเป็นไปได้

"เรา กะจังหวะตลาดได้ แต่อย่าไปเล่นกับจังหวะตลาด ส่วนมากเราพลาดตอนขาย ตอนซื้อไม่ค่อยพลาด เว้นอยู่ครั้งเดียวตอนเปิดกองทุน LTF ใหม่ๆ เรามองเศรษฐกิจข้างหน้า 1 ปีว่าไม่ดีจริงๆ จึงยังไม่เข้าไปซื้อ ซื้อพวก defensive stock บ้าง แต่กลายเป็นว่าเงินนอกเข้ามามาก หุ้นใหญ่วิ่งไม่หยุด ทำให้ปีแรกของ LTF เราแย่เมื่อเทียบกับคนอื่น นั่นคือการพลาดหนักๆ ของเรา แต่เราก็ใช้เวลา 1 ปี ในการกลับมาได้ คือเรามองเทรนผิดพลาด"

"บริหารกองทุนไม่ยาก สิ่งที่ยากคือการสร้างทีม ตอนนี้สไตล์ของเราอยู่ในเลือดกันหมดแล้ว" วรวรรณกล่าวทิ้งท้าย



***************************************************************

ไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ตราสารหนี้ "หัวใจคือการบริหารสภาพคล่อง"



กอง ทุนตราสารหนี้ ของ บลจ.ไทยพาณิชย์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ Money Market Fund ที่มี SCBSFF เป็นกองหลัก Bond Fund ที่เป็นกองทุนเปิด และกอง Series ที่มีอายุแน่นอน เน้นลงทุนในพันธบัตร และตราสารหนี้ต่างประเทศ ทีมงานลงทุนในตราสารหนี้ มีชูเกียรติ ธิติหิรัญเจริญ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน ที่ดูแลภาพรวมการลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ และนรี พฤกษยาภัย เป็นผู้จัดการกองทุน SCBSFF

นรี บอกว่า ผู้จัดการหลักจะเป็นคนดูพอร์ตทุกวัน อัพเดทดูความเคลื่อนไหวต่างๆ ถ้าเป็น SCBSFF งานก็จะโฟกัสในตราสารระยะสั้น และกองนี้มีเงินเข้าออกทุกวัน การจัดการดูแลสภาพคล่องจึงสำคัญมาก

การ บริหารกองทุนตราสารหนี้ของค่ายใบโพธิ์ จะมองการลงทุนในตราสารหนี้เหมือนการลงทุนในหลักทรัพย์ ต้องวิเคราะห์บริษัทวิเคราะห์สินเชื่อทำ Credit scoring เอง เพื่อหาบริษัทที่สามารถลงทุนได้เข้ามาอยู่ใน Approved List ดังนั้นเราจึงเห็นตราสารหนี้บางตัวที่ไม่มีเครดิตที่จัดโดยบริษัทจัดอันดับ ภายนอก แต่ไทยพาณิชย์เลือกลงทุน เพราะดูแล้วมีเครดิตที่ดีมาก และมีการกำหนดวงเงิน Counter Party Limited ของแต่ละบริษัทว่าลงทุนได้แค่ไหน เงินลงทุนใน บลจ.ไทยพาณิชย์ทั้งหมด จะลงทุนได้ไม่เกินวงเงินนั้น

ที่นี่นักวิเคราะห์เป็นเหมือนผู้นำ เสนอของมาให้ผู้จัดการกองทุนพิจารณา โดยเลือกจากการวิเคราะห์และการไปพบผู้บริหารของบริษัท ซึ่งหลายครั้งนักวิเคราะห์กับผู้จัดการกองทุนจะไปด้วยกัน และนำผลที่ได้เข้าเสนอใน Credit Control Meeting หรือ CCM ทุกสัปดาห์เพื่อติดตามเครดิตของแต่ละตัว คนอื่นใน CCM ที่ไม่ได้ไปด้วยมีข้อสงสัยก็ได้สอบถามพูดคุยกัน เมื่อได้ข้อสรุปจาก CCM ก็จะนำเข้าไปเสนอใน Investment Committee Meeting หรือ ICM ให้พิจารณาอีกที ซึ่งจะมีผู้จัดการกองทุนหุ้นและส่วนงานอื่นอยู่ในคณะนี้ด้วย บางครั้งก็มีความเห็นจากคนอื่นใน ICM ที่ทำให้ตราสารบางบริษัทหลุดจาก approved list ไปได้เช่นกัน

"แต่ที่สุดแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้เลือกตราสารหนี้เข้าพอร์ตในขั้นสุดท้าย แต่ละกองทุนมีนโยบายที่ไม่เหมือนกัน ผู้จัดการกองทุนต้องเลือกจาก approved list มาลงทุนอีกที ลูกค้าเลือกกองทุนตามนโยบาย เราก็ต้องรู้ว่าความต้องการของลูกค้าอยู่ตรงไหน เขาลงทุนแล้วหวังจะได้อะไร หลักของเราคือ beat ความต้องการของลูกค้า ไม่ใช่แค่ meet" ชูเกียรติบอก

ชู เกียรติบอกอีกว่า SCBSFF เติบโตได้เพราะธุรกิจกองทุนเติบโตจากฐานเงินออม ซึ่งก็คือกลุ่มลูกค้าเงินฝาก หลักของเงินฝากธนาคารคือการได้ผลตอบแทนที่มั่นคงสม่ำเสมอ และความคาดหวังของการย้ายมากองทุนก็คือผลตอบแทนที่ดีกว่า ซึ่งไทยพาณิชย์ทำได้ ทำให้ขนาดกองทุนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบัน SCBSFF มี cash on hand ขั้นต่ำที่ฝ่ายบริหารความเสี่ยงกำหนดคือ 3% และเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม ซึ่งผู้จัดการกองทุนอาจกำหนดไว้มากกว่า ขึ้นกับภาวะของตลาดแต่ละช่วงด้วย

ชูเกียรติบอกว่า ตัวเลขสำรองเงินสดเท่าไรที่ 2-3% ไม่ใช่สาระสำคัญ สำคัญที่ว่าตัวเลขนี้มาจากไหนมากกว่า กว่าจะได้ตัวเลขระดับสำรองเงินสดนี้มา ต้องผ่านการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูลหลายขึ้นตอนมาก

"การหาระดับ สำรองเงินสดที่เหมาะสมเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการสำรองน้อยไปย่อมมีปัญหาสภาพคล่อง แต่ถ้ามากไปก็ทำให้เสียโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน เพราะกองทุนใหญ่ขนาดนี้ liquidity is the key" ชูเกียรติ ทิ้งท้าย



ตัดตอนจากคอลัมน์ Main Story นิตยสาร M&W ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2550

  • ชอบ
research
  • ชอบ