=เฮ็ดอันใด๋ใส่ใจอันนั้น= เรื่องเล่าเหล่าพลคน "จอบซอม"
จำนวนความคิดเห็นต่อหน้า
[ เขียนสมุดเยี่ยม ] [ HOME ]

Total : 76 Comment
Page 1 [ 2 ] [ 3 ] [ 4 ] next >>

ความคิดเห็นที่ : 93

Untitled Document

ประเทศไทย หรือ ราชอาณาจักรไทย เป็นรัฐที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรอินโดจีน ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนทางทิศตะวันออกติดประเทศลาวและประเทศกัมพูชา ทิศใต้ติดอ่าวไทยและประเทศมาเลเซีย ทิศตะวันตกติดทะเลอันดามันและประเทศพม่า และทิศเหนือติดกับประเทศพม่าและประเทศลาว โดยมีแม่น้ำโขงกั้นเป็นบางช่วง

ประเทศ ไทยมีศูนย์กลางการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 49 ของโลก โดยมีเนื้อที่ 513,000 ตร.กม. และมีประชากรมากเป็นอันดับ 20 ของโลก โดยประมาณ 63 ล้านคน อันประกอบด้วยเชื้อสายไทยกว่า 80% ชาวจีน 10% ชาวมาเลย์อีก 3% นอกจากนั้นยังมีชาวเขาเผ่าต่างๆ มีภาษาราชการ คือ ภาษาไทย พลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท วัฒนธรรมหลักของไทยได้รับอิทธิพลมาจากประเทศอินเดีย จีน และประเทศทางตะวันตก โดยไทยมีวัฒนธรรมที่น่าประทับใจของแขกผู้มาเยือน เช่น การให้ความเคารพผู้สูงอายุ และที่สำคัญ คือ ความเป็นมิตรและการรับรองแขกผู้มาเยือน จนได้รับสมญานามว่าเป็น "สยามเมืองยิ้ม"

ประเทศไทยปกครองในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีประมุขแห่งรัฐพระองค์ปัจจุบันคือพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดช เป็นกษัตริย์รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ในฐานะประมุขแห่งรัฐที่นานที่สุดในโลก

ประเทศไทยนับได้ว่าเป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจจากยุโรปเลย

ประวัติศาสตร์

ดูบทความหลักที่ ประวัติศาสตร์ไทย

ประเทศ ไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน นับแต่การล่มสลายของราชอาณาจักรขอม-จักรวรรดินครวัต นครธม เมื่อต้นคริสต์ศตวรรษที่ 13[1] และมีความสัมพันธ์กับอาณาจักรโบราณหลายแห่ง เช่น อาณาจักรทวารวดี ศรีวิชัย ละโว้ เขมร ฯลฯ

ประวัติศาสตร์ไทย เริ่มเป็นรูปเป็นร่างใน พ.ศ. 1781 ตรงกับสมัยอาณาจักรสุโขทัย และสมัยอาณาจักรล้านนาแห่งภาคเหนือ กระทั่งอาณาจักรสุโขทัยเสื่อมอำนาจลงในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ความรุ่งเรืองจึงปรากฏในอาณาจักรทางใต้คือกรุงศรีอยุธยาแทน ครั้นเมื่อเสียกรุงศรีอยุธยาเป็นครั้งที่สองใน พ.ศ. 2310 พระเจ้าตากสินจึงทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี อย่างไรก็ดี ในช่วงดังกล่าวประเทศไทยมีอาณาเขตไม่แน่ชัด

ภายหลังการสถาปนากรุง รัตนโกสินทร์เมื่อพ.ศ. 2325 อาณาจักรสยามเริ่มมีความเป็นปึกแผ่น โดยได้มีการผนวกดินแดนบางส่วนของอาณาจักรล้านช้างเข้าเป็นส่วนหนึ่ง ครั้นในรัชกาลที่ 5 จึงได้มีการผนวกเอาเมืองเชียงใหม่ หรืออาณาจักรล้านนา อันเป็นการผนวกดินแดนครั้งใหญ่ครั้งสุดท้าย

วันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยแต่ก็ต้องรออีกถึงสี่ สิบเอ็ดปีจึงจะได้นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2516 ภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นมีเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยอีกสองครั้งคือ เหตุการณ์ 6 ตุลา และ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ล่าสุดได้เกิดรัฐประหารขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 ซึ่งเป็นการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการ หลังจากได้มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549

ชื่อประเทศไทย

คำ ว่า ไทย มีความหมายในภาษาไทยว่า อิสรภาพ เสรีภาพ หรืออีกความหมายคือ ใหญ่ ยิ่งใหญ่ เพราะการจะเป็นอิสระได้จะต้องมีกำลังที่มากกว่า แข็งแกร่งกว่า เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึก เดิมประเทศไทยใช้ชื่อ สยาม (Siam) แต่ได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบัน เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2482[2] ตามประกาศรัฐนิยม ฉบับที่ 1 ของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้ใช้ชื่อ ประเทศ ประชาชน และสัญชาติว่า "ไทย" โดยในช่วงต่อมาได้เปลี่ยนกลับเป็นสยามเมื่อปี พ.ศ. 2488 ในช่วงเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี แต่ในที่สุดได้เปลี่ยนกลับมาชื่อไทยอีกครั้งในปี พ.ศ. 2491 ซึ่งเป็นช่วงที่จอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยต่อมา ช่วงแรกเปลี่ยนเฉพาะชื่อภาษาไทยเท่านั้น ชื่อภาษาฝรั่งเศส[3]และอังกฤษคงยังเป็น "Siam" อยู่จนกระทั่งเดือนเมษายน พ.ศ. 2491 จึงได้เปลี่ยนชื่อภาษาฝรั่งเศสเป็น "Thaïlande" และภาษาอังกฤษเป็น "Thailand" อย่างในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ชื่อ สยาม ยังเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศ

การปกครอง

เดิม ประเทศไทยมีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ตั้งแต่สมัยอาณาจักรอยุธยาเป็นต้นมา จนกระทั่งวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คณะราษฎรได้กระทำรัฐประหาร ในสมัยรัชกาลที่ 7 และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข โดยแบ่งแยกอำนาจอธิปไตยเป็นสามฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ ปัจจุบัน ประเทศไทยดำรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 18 แห่งราชอาณาจักรไทย

อำนาจ นิติบัญญัติมีรัฐสภาซึ่งมีสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิ เลือกตั้งเป็นองค์กรบริหารอำนาจ อำนาจบริหารมีนายกรัฐมนตรีซึ่ง มาจากการแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์ตามคำกราบบังคมทูลของประธานรัฐสภาและคณะ รัฐมนตรีซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำกราบบังคมทูลของนายกรัฐมนตรี เป็นองค์กรบริหารอำนาจ และอำนาจตุลาการมีศาลซึ่งประกอบด้วยศาลยุติธรรม ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองเป็นองค์กรบริหารอำนาจ

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาควบคู่ไปกับระบอบราชาธิปไตยภายใต้ รัฐธรรมนูญ ประมุขแห่งรัฐได้แก่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ประมุขแห่งอำนาจอธิปไตยทั้งสาม ได้แก่ อำนาจนิติบัญญัติมีนายชัย ชิดชอบในฐานะประธานรัฐสภาเป็นประมุข อำนาจบริหารมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรีเป็นประมุข และอำนาจตุลาการมีนายวิรัช ลิ้มวิชัยในฐานะประธานศาลฎีกาเป็นประมุข

เขตการปกครอง
แผนที่ประเทศไทยแสดงเขตรัฐกิจของจังหวัดต่างๆ
กรุงเทพมหานครริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ดูเพิ่มที่ จังหวัดในประเทศไทย

ประเทศ ไทยแบ่งเขตการบริหารออกเป็น การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่จังหวัด 75 จังหวัด และการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล โดย "สุขาภิบาล" นั้นถูกยกฐานะไปเป็นเทศบาลทั้งหมดในปี พ.ศ. 2542

ส่วน กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาเป็นเขตการปกครองแบบพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดนครปฐม ถูกเรียกเป็นเขตที่เรียกว่า "กรุงเทพมหานครและปริมณฑล"

เมืองใหญ่ / จังหวัดใหญ่

ดูเพิ่มที่ เมืองใหญ่ของประเทศไทยเรียงตามจำนวนประชากร และ จังหวัดในประเทศไทยเรียงตามจำนวนประชากร

นอก จากกรุงเทพมหานครแล้ว มีหลายเมืองที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก (ข้อมูลเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ของ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) โดยเรียงลำดับตามตารางด้านล่าง โดยดูจากจำนวนประชากรในเขตเทศบาลและกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะแสดงประชากรในเขตเมืองได้อย่างแท้จริง

ภูมิประเทศ
ประเทศไทย สภาพทางภูมิศาสตร์

ประเทศ ไทยมีสภาพทางภูมิศาสตร์ที่หลากหลาย ภาคเหนือประกอบด้วยเทือกเขาจำนวนมาก จุดที่สูงที่สุด คือ ดอยอินทนนท์ (2,576 เมตร) ในจังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นที่ราบสูงโคราชติดกับแม่น้ำโขงทางด้านตะวันออก ภาคกลางเป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งสายน้ำไหลลงสู่อ่าวไทย ภาคใต้มีจุดที่แคบลง ณ คอคอดกระแล้วขยายใหญ่เป็นคาบสมุทรมลายู

* เมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ของประเทศไทย กับ ประเทศอื่น จะได้ดังนี้
o ประเทศพม่า ใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 1.3 เท่า
o ประเทศอินโดนีเซีย ใหญ่กว่าประมาณ 3.7 เท่า
o ประเทศอินเดีย ใหญ่กว่าประมาณ 6.4 เท่า
o ประเทศออสเตรเลียใหญ่กว่าประมาณ 15 เท่า
o ประเทศจีน และ สหรัฐอเมริกา ใหญ่กว่าประมาณ 19 เท่า
o ประเทศรัสเซีย ใหญ่กว่าประมาณ 33 เท่า
o ขนาดใกล้เคียงกับ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวีเดน และ ประเทศสเปน

วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ได้มีเหตุการณ์คลื่นสึนามิเกิดขึ้นก่อความเสียหายในเขตภาคใต้ของประเทศไทย

ภูมิอากาศ

ภูมิอากาศของไทยเป็นแบบเขตร้อน อากาศร้อนที่สุดในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมเป็นฤดูร้อน โดยจะมีฝนตกและเมฆมากจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคมเป็นฤดูฝน ส่วนในเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศแห้งและหนาวเย็นจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นฤดูหนาว ยกเว้นภาคใต้ที่มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปีจึงมีแค่สองฤดูคือฤดูร้อนกับฤดูฝน

เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจหลักของประเทศ

เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การบริการ และ ทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นเศรษฐกิจหลักที่ทำรายได้ให้กับคนในประเทศ โดยภาพรวมทางเศรษฐกิจอ้างอิงเมื่อ พ.ศ. 2546 มี GDP 5,930.4 พันล้านบาท ส่งออกมูลค่า 78.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในขณะที่นำเข้า 74.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ[4]
ภาพพันธุ์ข้าวจากกรมวิชาการเกษตร

ในด้านเกษตรกรรม ข้าว ถือเป็นผลผลิตที่สำคัญที่สุด เป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าว เป็นอันดับหนึ่งของโลก ด้วย[x]ส่วนการส่งออก ร้อยละ 36 รองลงมาคือ เวียดนาม ร้อยละ 20 อินเดีย ร้อยละ 18 สหรัฐอเมริกา ร้อยละ14 ปากีสถาน ร้อยละ 12 ตามลำดับ [5] พืชผลทางการเกษตรอื่นๆ ได้แก่ ยางพารา ผักและผลไม้ต่างๆ มีการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์เช่น วัว สุกร เป็ด ไก่ สัตว์น้ำทั้งปลาน้ำจืด ปลาน้ำเค็มในกระชัง นากุ้ง เลี้ยงหอย รวมถึงการประมงทางทะเล ปี 2549 ไทยมีการส่งออกกุ้งไปสหรัฐฯ 177,717.29 ตัน มูลค่า 45,434.57 ล้านบาท [6]

อุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ส่วนทรัพยากร ธรรมชาติที่สำคัญเช่น ดีบุก ก๊าซธรรมชาติ จากข้อมูลปี พ.ศ. 2547 มีการผลิตสิ่งทอมูลค่า 211.4 พันล้านบาท แผงวงจรรวม 196.4 พันล้านบาท อาหารทะเลกระป๋อง 36.5 พันล้านบาท สับปะรดกระป๋อง 11.1 พันล้านบาท รถยนต์ส่วนบุคคล 2.99 แสนคัน รถบรรทุก รถกระบะ และอื่นๆ รวม 6.28 แสนคัน จักรยานยนต์ 2.28 ล้านคัน ดีบุก 694 ตัน ก๊าซธรรมชาติ 789 พันล้านลูกบาศก์ฟุต น้ำมันดิบ 31.1 ล้านบาร์เรล [7]
เกาะพีพี สถานท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศ

ส่วนด้านการ ท่องเที่ยว การบริการและโรงแรม ในปี พ.ศ. 2547 มีนักท่องเที่ยวรวม 11.65 ล้านคน 56.52% มาจากเอเชียตะวันออกและอาเซียน (โดยเฉพาะมาเลเซียคิดเป็น 11.97% ญี่ปุ่น 10.33%) ยุโรป 24.29% ทวีปอเมริกาเหนือและใต้รวมกัน 7.02% [8] สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญได้แก่ กรุงเทพมหานคร พัทยา ภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดเชียงใหม่

การคมนาคม

ดูบทความหลักที่ การคมนาคมในประเทศไทย

การคมนาคมในประเทศไทย ส่วนใหญ่ประกอบด้วย การเดินทางโดยรถยนต์ และ จักรยานยนต์ ทางหลวงสายหลักในประเทศไทย ได้แก่ ถนนพหลโยธิน (ทางหลวงหมายเลข 1) ถนนมิตรภาพ (ทางหลวงหมายเลข 2) ถนนสุขุม วิท (ทางหลวงหมายเลข 3) และถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) และยังมีทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ใน 2 เส้นทางคือ มอเตอร์เวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 7) และถนนกาญจนา ภิเษก (วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร - ทางหลวงหมายเลข 9) นอกจากนี้ระบบขนส่งมวลชนจะมีการบริการตามเมืองใหญ่ต่างๆ ได้แก่ระบบรถเมล์ และรถไฟ รวมถึงระบบที่เริ่มมีการใช้งาน รถไฟลอยฟ้า และรถไฟใต้ดิน และในหลายพื้นที่จะมีการบริการรถ สองแถว รวมถึงรถรับจ้างต่างๆ ได้แก่ แท็กซี่ เมลเครื่อง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และ รถตุ๊กตุ๊ก ในบางพื้นที่ ที่อยู่ริมน้ำจะมีเรือรับจ้าง และแพข้ามฟาก บริการ
รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีอโศก
ถนนบางนา-บางปะกง ทางหลวงแผ่นดินสายรองประธานสายสำคัญของประเทศไทยแห่งหนึ่ง

สำหรับการคมนา คมทางอากาศนั้น ปัจจุบันประเทศไทยได้เปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่ มีขนาดตัวอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีหอบังคับการบินที่สูงที่สุดในโลก ด้วย ความสูง 132.2 เมตร ซึ่งรองรับผู้โดยสารได้ 45 ล้านคนต่อปี โดยเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2549 ทดแทนท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ที่เปิดใช้งานมานานถึง 92 ปี

ส่วนการคมนาคมทางน้ำ ประเทศไทยมีท่าเรือหลักๆ คือ ท่าเรือกรุงเทพ(คลองเตย) และท่าเรือแหลมฉบัง

การสื่อสาร

* ระบบโทรศัพท์ในประเทศไทยมีโทรศัพท์พื้นฐาน 7.035 ล้านหมายเลข (254 และโทรศัพท์มือถือ 27.4 ล้านหมายเลข (254 [9]
* สถานีวิทยุ: คลื่นเอฟเอ็ม 334 สถานี , คลื่นเอเอ็ม 204 สถานี และ คลื่นสั้น 6 สถานี (2542) โดยมีจำนวนผู้ใช้วิทยุ 13.96 ล้านคน (2540) [9]
* สถานีโทรทัศน์ มี 6 ช่องสถานี (โดยทุกช่องสถานีแม่ข่ายอยู่ในกรุงเทพ) มีสถานีเครือข่ายทั้งหมด 111 สถานี และจำนวนผู้ใช้โทรทัศน์ 15.19 ล้านคน (2540) [9]
* ดาวเทียมสื่อสาร 4 ดวง (254 [9]
* ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) 18 บริษัท (2549) [10]
* รหัสโดเมนอินเทอร์เน็ตใช้รหัส th

สังคม
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร

ชนชาติ

ดูเพิ่มที่ ชาวไทย

ในประเทศไทย ถือได้ว่า มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ มีทั้ง ชาวไทย ชาวไทยเชื้อสายลาว ชาวไทยเชื้อสายมอญ ชาวไทยเชื้อสายเขมร รวมไปถึงกลุ่มชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวไทยเชื้อสายมลายู ชาวชวา(แขกแพ) ชาวจาม(แขกจาม) ชาวเวียด ไปจนถึงชาวพม่า และชาวไทยภูเขาเผ่าต่างๆ เช่น ชาวกะเหรี่ยง ชาวลีซอ ชาวอ่าข่า ชาวอีก้อ ชาวม้ง ชาวเย้า รวมไปจนถึงชาวส่วย ชาว[x]บ ชาวกวย ชาวจะราย ชาวระแดว์ ชาวข่า ชาวขมุ ซึ่งมีในปัจจุบันก็มีความสำคัญมาก ต่อวิถีชีวิต และวัฒนธรรมไทยในปัจจุบัน

ประชากรชาวไทย 75% ชาวไทยเชื้อสายจีน 14% และอื่นๆ 11% [9]

ศาสนา
พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

ดูเพิ่มที่ พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

ประมาณ ร้อยละ 95 ของประชากรไทยนับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติโดยพฤตินัย แม้ว่ายังจะไม่มีการบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็ตาม ศาสนาอิสลามประมาณร้อยละ 4 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยทางภาคใต้ตอนล่าง ศาสนาคริสต์และศาสนาอื่นประมาณร้อยละ 1

การศึกษา

ดูเพิ่มที่ รายชื่อสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย

ในทางกฎหมาย รัฐบาลจะต้องจัดการศึกษาให้ขั้นพื้นฐานแบบให้เปล่าเป็นเวลาสิบสองปี แต่การศึกษาขั้นบังคับของประเทศไทยในปัจจุบันคือเก้าปี บุคคลทั่วไปจะเริ่มจากระดับชั้นอนุบาล เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการเรียนตามหลักสูตรพื้นฐาน ต่อเนื่องด้วยระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น หลังจากจบการศึกษาระดับ มัธยมต้น สามารถเลือกได้ระหว่างศึกษาต่อสายสามัญ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือเลือกศึกษาต่อสายวิชาชีพ ในวิทยาลัยเทคนิค หรือพาณิชยการ หรือเลือกศึกษาต่อในสถาบันทางทหารหรือตำรวจ

โรงเรียนและมหาวิทยาลัยในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักได้แก่ โรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน และ มหาวิทยาลัยรัฐบาล และมหาวิทยาลัยเอกชน โดยโรงเรียนรัฐบาลและมหาวิทยาลัยรัฐบาล จะเสียค่าเล่าเรียนน้อยกว่า โรงเรียนเอกชนและมหาวิทยาลัยเอกชน

ภาษา

ดูบทความหลักี่ ภาษาในประเทศไทย

ประเทศไทยมีภาษาไทยเป็นภาษาราชการ ภาษาพูดของคนไทยมีมาแต่เมื่อไรยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากการสันนิษฐานน่าจะมีมากว่า 4,000 ปีแล้ว ส่วนตัวอักษรนั้นเพิ่งมีการประดิษฐ์ ขึ้นอย่างเป็นทางการในสมัยสุโขทัยโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ส่วนภาษาอื่นที่มีการใช้อยู่บ้างเช่น ภาษาจีนของชาวไทยเชื้อสายจีน ภาษามลายูปัตตานีทางภาคใต้ และภาษาของชนกลุ่มน้อยต่างๆ ทางภาคเหนือ เป็นต้น

ศิลปะและวัฒนธรรม
พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพย์อาสน์ พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ดูเพิ่มที่ ศิลปะไทย

ศิลปะ ไทยมีลักษณะเฉพาะตัวค่อนข้างสูง โดยมีความกลมกลืนและคล้ายคลึงกับศิลปวัฒนธรรมเพื่อนบ้านอยู่บ้าง แต่ด้วยการสืบทอดและการสร้างสรรค์ใหม่ ทำให้ศิลปะไทยมีเอกลักษณ์สูง

* จิตรกรรม งานจิตรกรรม ไทยนับ ว่าเป็นงานศิลปะชั้นสูง ได้รับการสืบทอดมาช้านาน มักปรากฏในงานจิตรกรรมฝาผนัง ตามวัดวาอาราม รวมทั้งในสมุดข่อยโบราณ งานจิตรกรรมไทยยังเกี่ยวข้องกับงานศิลปะแขนงอื่นๆ เช่น งานลงรักปิดทอง ภาพวาดพระบฏ เป็นต้น
* ประติมากรรม เดิมนั้นช่างไทยทำงานประติมากรรม เฉพาะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป โดยีสกุลช่างต่างๆ นับตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย เรียกว่า สกุลช่างเชียงแสน สกุลช่างสุโขทัย อยุธยา และกระทั่งรัตนโกสินทร์ โดยใช้ทองสำริดเป็นวัสดุหลักในงานประติมากรรม เนื่องจากสามารถแกะแบบด้วยขี้ผึ้งและตกแต่งได้ แล้วจึงนำไปหล่อโลหะ เมื่อเทียบกับประติมากรรมศิลาในยุคก่อนนั้น งานสำริดนับว่าอ่อนช้อยงดงามกว่ามาก
* สถาปัตยกรรม สถาปัตยกรรมไทยมีปรากฏให้เห็นในชั้น หลัง เนื่องจากงานสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ชำรุดทรุดโทรมได้ง่าย โดยเฉพาะงานไม้ ไม่ปรากฏร่องรอยสมัยโบราณเลย สถาปัตยกรรมไทยมีให้เห็นอยู่ในรูปของบ้านเรือนไทย โบสถ์ วัด และปราสาทราชวัง ซึ่งล้วนแต่สร้างขึ้นให้เหมาะสมกับสภาพอากาศและการใช้สอยจริง

กีฬา

กีฬาที่นิยมมากที่ สุดในประเทศไทย ได้แก่ ฟุตบอล กีฬาอื่นที่นิยมเล่นได้แก่ บาสเกตบอล มวย และแบดมินตัน โดยในประเทศไทยมีการจัดฟุตบอลอาชีพ โดยแบ่งแยกตามทีมประจำจังหวัด สำหรับกีฬาไทย ได้แก่ มวยไทย และ ตะกร้อ แม้จะมีความนิยมไม่เท่ากีฬาทั่วไป แต่ยังมีการเล่นโดยทั่วไปรวมถึงการเปิดสอนในโรงเรียน

ประเทศไทยได้เข้าร่วมการแข่ง ขัน กีฬาในระดับโลกหลายอย่าง เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน โอลิมปิกฤดูหนาว เอเชียนเกมส์ ซีเกมส์ ซึ่งประเทศไทยเองได้รับสิทธิเป็นตัวแทนจัดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ 4 ครั้ง และซีเกมส์ ทั้งหมด 6 ครั้ง โดยซีเกมส์จัดครั้งแรกที่ประเทศไทย สำหรับการแข่งขันในระดับโลกเช่นฟุตบอลในประเทศไทย ไทยได้เป็นเจ้าภาพ เอเชียนคัพ และ ฟุตบอลโลกหญิงเยาวชน ด้วย

ส่วนด้านนักกีฬาไทยนั้น นักกีฬาที่ได้รับเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิก ได้แก่ ประภาวดี เจริญรัตนธารา[x]ล, ปวีณา ทองสุก, มนัส บุญจำนงค์, วิจารณ์ พลฤทธิ์, สมรักษ์ คำสิงห์ และ อุดมพร พลศักดิ์ นอกจากนี้นักกีฬาไทยที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้แก่

* นักมวย - เขาทราย แกแล็คซี่, สด จิตรลดา, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, สมรักษ์ คำสิงห์
* นักเทนนิส - ภราดร ศรีชาพันธุ์, แทมมารีน ธนสุกาญจน์, ดนัย อุดมโชค
* นักว่ายน้ำ - รัฐพงษ์ ศิริสานนท์ (ฉลามนุ้ก), ต่อวัย เสฎฐโสธร, ต่อลาภ เสฎฐโสธร
* นักฟุตบอล - ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง,ธีรเทพ วิโนทัย
* นักสนุกเกอร์ - ต๋อง ศิษย์ฉ่อย
* นักกรีฑา - เรวี ศรีท้าว
* นักเทควันโด - เยาวภา บุรพลชัย,บุตรี เผือดผ่อง
* นักกอล์ฟ - ธงชัย ใจดี,ประหยัด มากแสง,พรหม มีสวัสดิ์

วันสำคัญ

ดูบทความหลักที่ รายการวันสำคัญ#วันสำคัญในประเทศไทย

วัน สำคัญในประเทศไทยจะมีจำนวนมากโดยเฉพาะวันที่ไม่ใช่วันหยุดราชการ ซึ่งจะตั้งขึ้นหลังจากมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น โดยวันชาติของประเทศไทยตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม เป็น ตามวันพระราชสมภพ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ลำดับที่สำคัญ

* พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทยพระองค์ปัจจุบัน ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐที่มีพระชนมชีพอยู่และทรงอยู่ในตำแหน่งยาวนานที่สุดใน โลก
* กรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก (169 ตัวอักษร)
* ดัชนีเศรษฐกิจของประเทศไทย อยู่อันดับที่ 71 จาก 155 เขตเศรษฐกิจ ตาม Index of Economic Freedom
* จังหวัดหนองคายได้รับการจัดอันดับจากนิตยสาร Modern Maturity ของสหรัฐเมื่อ พ.ศ. 2544 ว่าเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุชาวอเมริกันอันดับที่ 7 ของโลก [11]
* Growth Competitiveness Index Ranking พ.ศ. 2546 อยู่อันดับที่ 34 จาก 104 [12]
* ตึกใบหยก 2 เป็นตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย และสูงเป็นอันดับ 38 ของโลก พ.ศ. 2549

โดย : ajack [ 04/05/2009 , 21:55:21 ] 61.90.78.69 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 92

คำเตยตั้งใจเรียนนะ

โดย : พระ [ 23/03/2009 , 17:33:49 ] 115.67.77.181 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 91


ธรรมสวัดดีคะทุกคนดีใจมากที่ได้ไปเข้าค่ายฝึกอบรมก่อนจบพบพระอิ่มบุญมากเลยและสนุกมากได้มีมิตรภาพที่ดีงามได้ความสสามัคคีในกลุ่มอยากให้มาทุกปีเลยและจะทำดีต่อไป

โดย : k.t.u. [ 10/03/2009 , 14:50:15 ] 125.26.250.56 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 90

ธรรมมะสวัสดีค่ะ

อยากจาบอกว่ากิจกรรมก่อนจบพบพระของพระอาจารย์ดีมากๆเลยนะเจ้าค่ะ

โดย : เด็กคำเตยอุปถัมภ์ [ 10/03/2009 , 13:01:42 ] 125.26.250.56 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 89

ม.3 ม.6 k .t.u. เจอกันวันปัจฉิมนะคะ(25 มี.ค 52) ธรรมะสวัสดีคะ

โดย : เด็กโรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์เจ้าค่ะ [ 06/03/2009 , 19:22:01 ] 125.26.253.138 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 88

ธรรมสวัดีคะ อืมขอขอบคุณพระวิทยากรทุกท่านนะคะที่ไปอมรมให้นักเรียนที่คำเตยเพราะมันทำให้พวกเรารู้สึกดีที่ได้เข้าค่ายพอออกจากค่ายพวกเราสัญญาว่าจะทำดีไปตลอดคะขอบคุณคะจาก2/7สีแดงกลุ่มพระปลาจิต ญาณวดร

โดย : นักบุญโรงเรียนคำเตย [ 06/03/2009 , 12:58:44 ] เบอร์ติดต่อ : 0813698671 125.26.250.181 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 87

ธรรมะสวัสดี นักบุญคำเตยทั้งหลาย
เข้ามาเร็วมานะรู้เว็บนี้มาจากไหน
ตั้งใจทำความดีนะ
ความดี
พูดดี
คิดดี
ทำดี
เป็นบุญ ตั้งใจนะ
พระจะได้อนุโมทนาด้วย
เจริญพร

โดย : พระพัชรินทร์ [ 05/03/2009 , 17:10:38 ] 61.7.144.188 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 86


ธรรมะสวัสดีค่ะ

โดย : เด็กโรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์เจ้าค่ะ [ 04/03/2009 , 19:35:12 ] 125.26.250.61 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 85

ธรรมะสวัสดีค่ะ

โดย : เด็กโรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์เจ้าค่ะ [ 04/03/2009 , 19:34:13 ] 125.26.250.61 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 84


คิดถึงเพื่อนๆพี่โรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์จังเลยค่ะ

โดย : เด็กคำเตยอุปถัมภ์เจ้าคะ [ 03/03/2009 , 07:09:23 ] 125.26.250.166 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 83

ธรรมะสวัสดีพระวิยากรทุกท่านคะ คิดถึงคณะพระวิทยากร ของพระอาจารย์คำลนทุกท่านคะ :คิดถึงเพื่อนๆพี่ๆม.3ม.6ทุกคนจังเลยคะ

โดย : เด็กคำเตยอุปถัมภ์เจ้าคะ [ 02/03/2009 , 12:09:03 ] 125.26.253.133 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 82

ธรรมะสวัสดีพระวิยากรทุกท่านคะ คิดถึงคณะพระวิทยากร ของพระอาจารย์คำลนทุกท่านคะ :คิดถึงเพื่อนๆพี่ๆม.3ม.6ทุกคนจังเลยคะ

โดย : เด็กคำเตยอุปถัมภ์เจ้าคะ [ 02/03/2009 , 12:08:15 ] 125.26.253.133 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 81


ธรรมะสวัสดีคะ หนูเป็นเด็กโรงเรียนคำเตยอุปถัมภ์ หนูรู้สึกมีความสุขมากตลอดระยะเวลา4คืน5วันที่เข้าค่ายก่อนจบพบพระและรู้สึกว่าตัวเเองมีจิตใจสงบและมีสติมากขึ้น ในใจของหนูนั้นอยากจะอยู่ค่ายต่อเพราะกำลังสนุกและมีความสุข แต่ดูสีหน้าของพระวิยากรในบางเวลาดูเหมือนว่าจะเบื่อพวกเรา เพราะเราก็ทำได้ไม่ดีพอ แต่ก็มีความสุขมากที่สุดถ้าทำให้พระวิทยากรไม่พอใจอย่างไรขออภัยด้วยเจ้าคะ หนูเคยเข้าค่ายก่อนจบพบพระครั้งแรกที่วัดป่าสำนักสงฆ์ดงมะไฟ ตอนนั้นก็ไม่อยากกลับเหมือนกันเพราะมีความสุขมากพระวิทยากรแต่ละรูปก็บรรยายได้อย่างดีสุดยอด โดยเฉพาะพระ อาจารย์พัชรินทร์หนูยังจำได้ว่าพระอาจารย์บรรยายเรื่องมิตรแท้และมิตรเทียมตอนบรรยายนั้นพระอาจารย์เสียงสั่นมากและอายคงจะเป็นครั้งแรกใช่มั๊ยเจ้าคะและตอนบรรยายธรรมพระอาจารย์เสียงสั่นมากจนบางคำก็พูดผิด เช่นคำว่าพ่อแม่ดุด่าก็เป็น ดุด้าแต่พอมาถึงวันนี้ที่หนูได้เข้าค่ายก่อนจบพบพระอีกครั้งพระอาจารย์เปลี่ยนไปมากเพราะว่าพูดและบรรยายได้ดีและสุดยอดมากๆหนูเลยศรัทธาในความดีของพระวิยากรมากๆเลยละเจ้าคะ แต่หนูสิคะไม่กล้าพูดกล้าแสดงออกคงเป็นเพราะความขี้อายแต่หนูก็จะพยายามทำให้ได้เหมือนที่พระอาจาย์บอกว่าต้องกล้าพูดกล้าแสดงออกในความดี และไม่ประมาทในการดำเนินชีวิตหนูจะจดจำคำสอนของพระอาจารย์พัชรินทร์และพระวิทยากรทุกท่านไว้เจ้าคะธรรมะสวัสดีคะ

โดย : เด็กคำเตยอุปถัมภ์เจ้าคะ [ 02/03/2009 , 11:49:22 ] 125.26.253.133 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 77


คิดถึงทุกคนนะ ธรรมะสวัสดี

โดย : พัช [ 01/02/2009 , 11:18:49 ] เบอร์ติดต่อ : 0850096772 115.67.143.14 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 76


สวัสดีครับผม ด.ช ชัยพร อำนวยโชค .....โอ๊ต

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รู้จักกรรมฐาน โดยเริ่มที่วัดหนองแต้ซึ่งมีพระอาจารแดง ปัญญาวโร เป็นพระวิปัสสนาจารที่สอนกรรมฐานให้พวกเราที่มาปฏิบัตธรรมในวัดหนองแต้
ปีนี้เป็นปีที่2ของผมที่ได้ปฏิบัติธรรมผมได้รู้จักกัลยานามิตรที่มาปฏิบัติธรรมร่วมกัน ผมประทับใจมากสำหรับปีที่ผ่านๆมา และหากมีโอกาศผมจะทำไห้ดีที่สุดทุกๆปีครับ

กราบขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนครับ

โดย : โอ๊ต [ 28/01/2009 , 08:05:00 ] 61.19.66.49 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 75


ได้สมบัติทั้งปวงไม่ประเสิรฐเท่าได้ตน
อยากบอกว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุ25ปี ไม่เคยรูจักคำว่าวิปัสสนากรรมฐานเลย รูเพียงแต่ว่าการที่จะได้บุญคือต้องไห้ทานก็เพียงพอแล้ว ไม่รู้การรักษาศีลและภาวนาและคิดว่าคนที่อยู่ทางโลกไม่มีทางรักษาศีลได้เหมือคนที่อยู่ทางธรรมจนปี2549 แม่ได้หลอกไห้มาปฏิบัติธรรมวัดหนองแต้ เป็นบุญที่ได้มาและรู้สึกว่าอยากอยากปฏิบัติต่อทุกๆปี
หลังจากที่ได้ปฏิบัติรู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ก่อนเป็นคนเรียกว่าเกเรก็ว่าได้ ติดเที่ยว ติดเพื่อน ไม่เชื่อว่าบาป บุญมีจริง แต่หลังจากที่ปฏิบัติก็มีสติ รู้จักแก่นแท้ของการใช้ชีวิต
แล้วก็พยายาม ลด ละ เลิกอบายมุขทุกอย่าง
ถ้าหากไม่ได้มาปฏิบัติธรรมในวั้นนั้น ก็คงต้องเอาชีวิตไปทิ้งที่
" ซาติก้าผับ " และสุดท้ายต้องขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทุกท่าน
โดยเฉพาะ พระอาจารย์ แดง ปัญญาวโร ซึ่งเป็นพระวิปัสสนาจาร
ที่สอนกรรมฐานเป็นแนวทางให้มีสติปัญญาในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง

สวรรยา เมืองโคตร
นิวส์

โดย : นิวส์ [ 28/01/2009 , 08:00:58 ] 61.19.66.49 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 74



สวัสดีครับผม ด.ช ชัยพร อำนวยโชค .....โอ๊ต

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รู้จักกรรมฐาน โดยเริ่มที่วัดหนองแต้ซึ่งมีพระอาจารแดง ปัญญาวโร เป็นพระวิปัสสนาจารที่สอนกรรมฐานให้พวกเราที่มาปฏิบัตธรรมในวัดหนองแต้
ปีนี้เป็นปีที่2ของผมที่ได้ปฏิบัติธรรมผมได้รู้จักกัลยานามิตรที่มาปฏิบัติธรรมร่วมกัน ผมประทับใจมากสำหรับปีที่ผ่านๆมา และหากมีโอกาศผมจะทำไห้ดีที่สุดทุกๆปีครับ

กราบขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนครับ

โดย : โอ๊ต [ 27/01/2009 , 20:05:28 ] เบอร์ติดต่อ : 0850128785 117.121.214.78 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 70


กราบนมัสการพระอาจารย์แดง
ผมพระสมชาย กนฺตธมฺโม(ตุ๊)เจ้าหน้าที่แสงเสียงประจำสถานปฏิบัติธรรมหนองแต้ปัจจุบันอยู่ที่จังหวัดยโสธรผมได้ซึมซับเอาหลักการปฏิบัติ การสอนกัมมัฏฐาน จากหลวงพ่อมหาบัวศรี จากพระอาจารย์แดง ตั้งแต่บวชใหม่ๆตั้งแต่ คำตุนาง-หนองแต้ แต่ยังไม่มีโอกาสปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพราะเวลาโอกาสยังไม่อำนวย ผมพูดไม่เก่ง พูดได้น้อย ได้นำวิธีการเทาที่จำได้ พูดได้ ทำได้ ฝึกอบรมนักเรียนประถม ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา(มารับอบรมที่วัด)เป็นที่ยอมรับของคุณครู-ญาติโยมดีมาก
ด้วยความเคารพอย่างสูง
พระสมชาย กนฺตธมฺโม
เลขานุการเจ้าคณะตำบลบากเรือ อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร ๐๘๖-๒๖๒๖๘๙๖

โดย : พระสมชาย กนฺตธมฺโม [ 24/01/2009 , 16:51:19 ] 61.19.66.36 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 69

กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระอาจารย์แดงที่ควรบูชาอย่างยิ่งในบุคคลผู้ใฝ่ในธรรมและก็มีความมั่นใจเกิดความปีติ ปราโมช อิ่มอกอิ่มใจที่ได้มาประพฤติ และพากเพียร เพื่อฝึกฝนจากพระอาจารย์แดง เพื่อแสงสว่างมาสู่จิตใจ ผู้ยังหลงใหลในชีวิตที่เกิดมา กระผมคิดว่า การมาปฏิบัติตามคำแนะนำพร่ำสอนของอาจารย์แดง คงจะเป็นหนทางชี้แนวทางเดินที่ถูกต้องแล้ว การมีทาน ศีล ภาวนา คงจะพบความสุขได้เร็วในชาตินี้ ที่กระผมได้พบทายาทธรรม ที่พระอาจารย์แดงเป็นผู้ชี้แนะให้หลุดพ้นบ่วงแห่งมาร
ตั้งแต่ผมได้เข้ามาปฏิบัติปัสสนากัมมัฏฐานก็เป็นเวลาจะเข้า ๒ เดือนแล้ว กระผมรู้สึกซาบซึ่งในรสพระสัทธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและท่านพระอาจารย์ผู้นำพาประพฤติปฏิบัติในสัจจะธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงชี้แนวทางวิถีชีวิตเปลี่ยนแปรงไปได้ กระผมจะน้อมรับคำสอนของท่านอาจารย์ไปประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นเกาะกำบังสิ่งชั่วร้ายทั้งกาย และใจที่ท่านอาจารย์ฝึกฝนอบรมมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ได้ติดตามพระอาจารย์มาเป็นแห่งที่ ๗ แล้ว ผมคิดว่าคงเป็นเส้นทางเดินที่ถูกต้องแล้ว
จากกราบนมัสการพระคุณเจ้าพระอาจารย์แดงที่ควรบูชาอย่างยิ่งในบุคคลผู้ใฝ่ในธรรมและก็มีความมั่นใจเกิดความปีติ ปราโมช อิ่มอกอิ่มใจที่ได้มาประพฤติ และพากเพียร เพื่อฝึกฝนจากพระอาจารย์แดง เพื่อแสงสว่างมาสู่จิตใจ ผู้ยังหลงใหลในชีวิตที่เกิดมา กระผมคิดว่า การมาปฏิบัติตามคำแนะนำพร่ำสอนของอาจารย์แดง คงจะเป็นหนทางชี้แนวทางเดินที่ถูกต้องแล้ว การมีทาน ศีล ภาวนา คงจะพบความสุขได้เร็วในชาตินี้ ที่กระผมได้พบทายาทธรรม ที่พระอาจารย์แดงเป็นผู้ชี้แนะให้หลุดพ้นบ่วงแห่งมาร
ตั้งแต่ผมได้เข้ามาปฏิบัติปัสสนากัมมัฏฐานก็เป็นเวลาจะเข้า ๒ เดือนแล้ว กระผมรู้สึกซาบซึ่งในรสพระสัทธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและท่านพระอาจารย์ผู้นำพาประพฤติปฏิบัติในสัจจะธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงชี้แนวทางวิถีชีวิตเปลี่ยนแปรงไปได้ กระผมจะน้อมรับคำสอนของท่านอาจารย์ไปประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นเกาะกำบังสิ่งชั่วร้ายทั้งกาย และใจที่ท่านอาจารย์ฝึกฝนอบรมมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ได้ติดตามพระอาจารย์มาเป็นแห่งที่ ๗ แล้ว ผมคิดว่าคงเป็นเส้นทางเดินที่ถูกต้องแล้ว
จาก อุบาสกวิชัย อิทธิจันทร์

โดย : อุบาสกวิชัย [ 24/01/2009 , 16:45:36 ] 61.19.66.36 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 68

ขอถวายความเคารพครับพระอาจารย์ ขอให้พระอาจาร์มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง ปราศจากทุกข์ภัยไข้เจ็บ สิ่งไม่ดีอย่าเกิดขึ้นกับพระอาจรย์เลย สิ่งที่ดีขอให้เกิดขึ้นทุกเมื่อ ขอให้บุคคลเหล่าใดก็ตามที่ได้พบได้เห็นพระอาจารย์ให้มีความรู้สึกดีๆๆและปราถนาร่วมทำบุญกับพระอาจารย์ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าด้วยเทอญ
(สามเณรลุ่มนำโขง)

โดย : พุทธบุตร [ 21/01/2009 , 14:48:46 ] เบอร์ติดต่อ : 0832887004 61.7.144.188 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 67


นิมนต์/เชิญร่วมออกแบบ-ส่งผลงาน wallpaper windows jobsom รางวัลที่ ๑ คึดก่อนเด้อเหล่าพลคนจอบซอม

โดย : พระแดง ปญฺญาวโร [ 20/01/2009 , 21:18:38 ] 61.19.66.96 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 66


เรื่องเล่าจากการจอบซอม ดีมากเลยครับได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลยครับและมีภูมิความรู้ไว้สำหรับรักษาใจเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยเลยครับท่านอาจารย์ ยิ่งความคิดเห็นของคนเราทุกวันนี้ยิ่งไม่สามารถไปหยุดยั้งเขาได้ จำต้องใช้การเข้าไปจอบ ไปซอม เขาบ่อยๆ
ไม่งั้นจะเพลิดเพลินกับความคิดจนเกินเหตุ สุดท้ายก็ขอให้อาจารย์คิดและปราถนาสิ่งใดถ้าไม่ผิดต่อคุณธรรมแล้วขอให้จงสำเร็จโดยฉับพลัน เหมือนพระจันทร์ วันเพ็ญที่สว่างไสว ไร้ซึ่งเมฆหมอกปัง
เทอญ......

โดย : ฐานิสฺสโร ๗๖ [ 19/01/2009 , 11:34:55 ] 61.7.144.188 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 65


ผมรู้สึกประทับใจกับ วินโดว์ จอบซอมของพระอาจารย์เเดงมากเลยคับ ยอมรับว่าเป็น ระบบปฏิบัติการกัมมัฏฐาน ที่เข้ากับยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดี (คิดได้งัย (งึดหลาย) )
และต้องขอบคุณที่พระอาจารย์ติดตั้งวินโดว์จอบซอมไว้ให้ผมนะคับ ผมจะดูแลมันเป็นอย่างดี จะไม่ยอมให้มันติดไวรัสได้เลย (พระว่าผมใช้ สติปัฏฐานสี่ Antivirus Professinal ครับ)

โดย : พระมหาสมาน อริยเมธี รัฐศาสตร์ ปี ๔ [ 18/01/2009 , 18:02:35 ] เบอร์ติดต่อ : 08xxxxxyz 125.25.44.122 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 64


ม่วนอีหลีเด้อ แหล่มจริง ๆ ขอบอก
ขอขอบคุณพระอาจารย์แดงมากๆน่ะคับ

โดย : พระมหาสมาน อริยเมธี รัฐศาสตร์ ปี ๔ [ 18/01/2009 , 17:44:08 ] เบอร์ติดต่อ : 08xxxxxyz 125.25.44.122 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 63


ข้าพเจ้าพระสมพร ธมฺมวโร นิสิตชั้นปีที่ ๔ คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ (นิสิตจากประเทศลาว) ในการปฏิบัติธรรมประจำปี ในระหว่างวันที่ ๑๘ – ๒๘ เดือนธันวาคม ปี๒๕๕๑ การปฏิบัติในวันแรกก็รู้สึกว่ายังไม่ได้สภาวะเท่าไรพอสองสามวันต่อมารู้สึกว่าทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางเวลาฉัน ภัตราหารเสร็จแล้ว ก็ยังปฏิบัติได้ปกติไม่รู้สึกง่วงเหมือนวันแรกตามปกติกิจจะกรรมแต่ละวันเวลาเรามีน้อย เช่นการนั่งสมาธิ บางวันเราก็นั่งได้สักพักแล้วอาจารย์ก็นำพาให้เปลี่ยนอริยะบท ตลอดแปดวันเก้าวัน การปฏิบัติก็รู้สึกว่าเรามีสติดีมากขึ้น พอมาถึงวันสุดท้ายในการปฏิบัติอย่างเข้มข้น ฝนก็ตกลงมา ในเวลาประมาณ สองทุ่มกว่าๆทุกรูปก็ได้หยุดเดินจงกรม ประกฎว่าคืนนั้นอากาศก็หนาวฝนก็ตกทั้งคืน ทำให้ที่พักของแต่ละรูปเปียกจนไม่มีที่นอนบางรูปก็ไปนอนที่ศาลาริมน้ำบางรูปก็ไปนอนที่เต้น เมื่อถึงเวลาทำวัตเช้า แต่ก็ไม่ได้ทำ ก็พากันนั่งสมาธิแทนบางรูปก็ไม่มาเพราะลานธรรมเปียกไม่มีที่นั่ง ที่เต้นก็ไม่พอนั่ง ผมก็มาแต่ไม่ได้ทำวัตเช้าพวกเราก็พากันนั่งสมาธิวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติ คือวันที่ ๒๗ ขณะที่ผมนั่งสมาธิด้วยความสงบและก็ได้ฟังธรรมของอาจารย์พระมหาสมไปด้วย ในขณะที่นั่งผมก็รู้สึกสบายใจและก็พิจารณาไปตามเสียงที่ท่านเทศ ประกฎว่าความรู้บางอย่างมันเกิดขึ้นมาอัตโนมัติ ผมก็รู้สึกภูมิใจมีความสุขในการนั่งสมาธิ น้ำตาก็ไหลออกมาจนสะอึก คิดว่าเราเกิดมาจนอายุได้ ๒๕ ปี พึงมาพบกับความสุขจากการนั่งสมาธิ เมื่อก่อนเคยฟังจากแผ่น ชีดี ว่าความสุขจากสมาธิไม่มีอะไรเท่า แต่ผมพึงมาพบด้วยตนเองในครั้งนี้ ในเวลานั้นอาการปวดขาผมก็รู้ว่ามันปวดแต่ว่าไม่มีผลอะไรต่อจิตใจคือผมไม่ได้เป็นทุกข์ไม่อยากเปลี่ยนอริยะบทเหมือนวันก่อนๆ ผมดูอาการที่มันปวดด้วยความดีใจและภูมิใจที่มันปวดให้ผมได้ดูได้กำหนด ใจของผมในเวลานั้นมันสบายท้าทายอีกด้วย ขอให้มันปวดมานานเท่าไรก็ไม่กลัว ไม่คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ใจในเวลานั้นมันเย็นมันสงบไม่กลัวตายด้วยถ้ามันตายก็ขอให้มันตายในเวลานั้น.
ความรู้ที่ได้จากการนั่งสมาธินั้น ปรากฏว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเห็น ที่เข้าใจสิ่งที่เราทำมาแต่น้อยมันเป็นภาพลวงตาเท่านั้น และผมก็ยังจำในใจตลอดมาจนสามารถทำให้ผมอึ้งไปขณะนั้นผมก็ไม่ห่วงอะไรทั้งชิ้น มันตัดหมดทุกสิ่ง มีสติรู้เท่านั้นเอง การปฏิบัติธรรมในครั้งนั้น คิดในใจว่าทำไมเวลามันน้อยจัง อยากให้มีสักเดือนก็คงดี ปกติแล้วนั่งแค่ 30 ก็อึดอัดแล้ว ว่าทำไมวันนั้นมันนานสว่างแต่การนั่งสมาธิในวันนั้นตั้งแต่ตีสี่ถึงหกโมงเช้าปรากฏว่าทำไมเวลามันสั้นดูเหมือนว่าพึงนั่งทำไมมันสว่างเร็ว และก็คิดอยู่ในใจว่าทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้ พอถึงเวลาตักบาตร เห็นโยมมาตักบาตรก็น้ำตาไหล ไม่รู้มันเป็นอะไร
นับจากวันนั้นมาวันที่๒๘ก็กลับวัดของตน ความทรงจำในการนั่งสมาธิมันยังติดอยู่ในใจมาตลอด จนทำให้ผมไม่อยากเรียนที่ ม.จ.ร และก็ไม่อยากอ่านหนังสือที่ตนเองเรียนและก็ไม่ต้องการเกรดดีๆจากการเรียนมีแต่อยากนั่งสมาธิอยู่ในห้องและก็ฟังธรรมไปด้วย
เมื่อก่อนผมเคยนอนฟังเพลงแต่วันนี้นอนฟังธรรมะ เพลงในคอมพิวเตอร์ของผมมีประมาณพันกว่าเพลงผมตัดสินใจลบทิ้งหมดเลยเหลือแค่ไฟล์ธรรมะอย่างเดียว

นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นความสุขที่มันติดมามันบอกไม่ถูกและก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงและก็อยากให้ทุกท่านที่อ่านบทความนี้แล้วลองปฏิบัติดูแล้วผลมันจะตามมา
สุดท้านนี้ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์แดงที่เป็นพระวิปัสสนาจารย์ได้ให้แสงสว่างด้วยการจอบชอมและเป็นผู้ที่ชี้ทางให้ได้เห็นสิ่งที่มันเป็นไป (ขอบคุณทุกท่านที่อ่าน)

โดย : ส่วนหนึงของเหล่าพลคนจอบซอม [ 12/01/2009 , 09:23:32 ] เบอร์ติดต่อ : 087-639-3049 61.7.144.188 EDIT DELETE



ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งลบที่ปุ่มแจ้งลบ หรือที่ webmaster@212cafe.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Free WebBoard v.6.30 :: Powered by : 212cafe.com
Webboard | Free Webboard | เว็บบอร์ด | ฟรีเว็บบอร์ด| Board | Webboard | Guestbook | สมุดเยี่ยม | Blog | Free Blog | บล็อก | Upload | ฝากไฟล์ | ฝากรูป | Plaza | ขายบ้าน | บ้านมือสอง| Video | คลิป | คลิปวีดีโอ | วีดีโอ |Webindex | จดโดเมน | เว็บโฮสติ้ง | รวมเว็บ | Glitter| Web Hosting | Dell | Streaming อสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง
ขายบ้าน | เสื้อผ้าเด็ก | Cheap DVD Movie | Cartier Watch | Tag Heuer | Hamilton Watch | Omega Watch | Rolex Watch | Michele Watch | Tissot Watch | Cheap Furniture | Cheap Posters | Shopping