จอบเบิ่งซอมเบิ่ง เฮ็ดอันใด๋ใส่ใจอันนั้น ทำดีไม่รู้ตัวดีกว่าทำชั่วรู้ตัวดี เด้อสิบอกให้
จำนวนความคิดเห็นต่อหน้า
[ เขียนสมุดเยี่ยม ] [ HOME ]

Total : 28 Comment
Page 1 [ 2 ] next >>

ความคิดเห็นที่ : 31

คำว่าจอบ เป็นอากัปกิริยาของการเฝ้าจดจ้องอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาทิเช่นการจอบหว่านแหดักปลาล่าสัตว์เป็นต้น การจอบดังกล่าวจะต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากเพื่อมิให้เป้าหมายรู้ตัว
ส่วนซอมนั้น หากจะว่ากันตามผิวเผินก็มีอากัปกิริยาที่มีความคล้ายคลึงกับอาการจอบ แต่ที่แตกต่างและพิเศษกว่าคืออาการดังกล่าวนั้นต้องใช้สติปัญญาในการพิจารณากับเป้าหมายนั้นๆเพื่อความรู้เท่าทัน
ที่เปรียบเทียบกับการล่าสัตว์ผมมิได้มีประสงค์จะให้ไขว่เขวนะครับแต่เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น
คราวนี้ก็เป็นบทสรุปของคำว่าจอบซอมตามความเข้าใจของผมนะครับอาจารย์ จอบเป็นสมถกัมมัฏฐาน ส่วนซอมก็คือตัววิปัสสนากัมมัฏฐานนั่นเองตามความเข้าใจง่ายในแบบฉบับของผมขอรับ

โดย : มหาตู่ครับ [ 23/05/2009 , 17:17:23 ] 110.49.131.7 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 30


สบายดี

โดย : ศิษย์อาจารย์แดง 51 [ 09/03/2009 , 18:11:31 ] 202.149.25.236 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 29

นมัสการครับอาจารย์ สบายดีนะครับ

โดย : phra ploy charanasumpanno [ 09/03/2009 , 18:08:40 ] 202.149.25.236 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 28


ไม่ลืมศิษย์นะครับ

โดย : พระพลอย จรณสมฺปนฺโน ปี 3 มจร [ 31/12/2008 , 11:54:20 ] 202.149.25.197 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 27

สบายดีครับ พระอาจารย์แดงที่เคารพอย่างสูง ผมพระพลอย จรณสมฺปนฺโน ครุศาสตร์ ปี 3 มจร.
ขอให้อาจารย์ อายุยีน เหมื่อน ๆ ปีนะคับ

โดย : phra ploy charanasumpanno [ 31/12/2008 , 11:49:59 ] เบอร์ติดต่อ : 0856455422 202.149.25.197 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 26

ข่าวประชาสัมพันธ์

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนชาวไทย ทุกเพศ ทุยวัย ร่วมงาน
“เถลิงศกใหม่ สยามรัตนโกสินทร์ ๒๕๕๒”

ในวันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ จนลุเข้าศักราชใหม่ ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และร่วมบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต (ภูเขาทอง) พร้อมรับผ้ายันต์มงคล และน้ำพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตร อันศักดิ์สิทธิ์กว่าร้อยปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

เนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๒ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ได้ร่วมกับองค์กรภาคเอกชน จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เทศกาลปีใหม่ ในวันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ตั้งแต่เวลา ๑๘.๐๐ น. เป็นต้นไป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน และเพื่อความเป็นสิริมงคล ขจัดภัยพิบัติแก่ประเทศชาติบ้านเมือง ให้ประชาชนเกิดความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน

ทั้งนี้ ตามธรรมเนียมของชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาโดยทั่วไป เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ และเทศกาลสงกรานต์ จะนิยมพาลูกหลานไปทำบุญไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือตามสถานที่ต่างๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต โดยน้อมเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่นั้นๆ ช่วยคุ้มครองปกปักรักษา ให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคนานาประการ

วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เกี่ยวข้องกับความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติบ้านเมือง มาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ที่บริเวณสระน้ำ วัดสระแก เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน แล้วประกอบพิธีมูรธาภิเษก ก่อนปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์ผ่านพิภพเป็น ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ภายหลังเมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ทรงเปลี่ยนนามวัดสระแก เป็นวัดสระเกศ เพื่อเฉลิมพระเกียรติให้ถูกต้องตามสถานที่ที่พระองค์ทรงประกอบพิธีมูรธาภิเษก


วัดสระเกศ จึงถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และราชวงศ์จักรี ครั้งถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้มีการฟื้นฟูพิธีเจริญพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตรขึ้น โดยโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีที่พระวิหารพระอัฏฐารส วัดสระเกศ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นเทศกาลปีใหม่ ตามธรรมเนียมโบราณของชาวไทย เพื่อนำน้ำพระพุทธมนต์ไปแจกจ่ายให้ประชาชน นำไปปะพรมให้ลูกหลาน และแก่บ้านเรือน เรือกสวนไร่นา ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

การเจริญพระพุทธมนต์ บทมหาสมัยสูตร ณ พระวิหารพระอัฏฐารส เป็นธรรมเนียมของวัดสระเกศที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นับเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๑๗๐ ปี และทุกปีวัดจะนำน้ำพระพุทธมนต์ในปีก่อนๆ ออกมาผสมกับน้ำพระพุทธมนต์ในปีต่อมา เพื่อแจกจ่ายแก่ประชาชน

ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ในครั้งนี้ วัดจะนำน้ำพระพุทธมนต์บทมหาสมัยสูตร อันศักดิ์สิทธิ์กว่าร้อยปี มาแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่มาร่วมงาน ตามธรรมเนียมเทศกาลปีใหม่โบราณของชาวไทยด้วย

การฟังการเจริญพระพุทธมนต์ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่ เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เสมือนความเจริญรุ่งเรืองแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และพระบรมสารีริกธาตุบนองค์พระเจดีย์ภูเขาทอง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญยิ่งของชาวไทยที่นับถือพระพุทธศาสนา จะช่วยคุ้มครองปกปักรักษาชีวิตและครอบครัวให้มีความร่มเย็นเป็นสุข

พระเจดีย์สีทองเหลืองอร่ามประดิษฐานอยู่บนยอดองค์บรมบรรพต วัดสระเกศ เปรียบเสมือนมงกุฎทองครอบกรุงเทพมหานคร และเป็นสถานที่สำคัญยิ่งทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ การมีโอกาสได้ฟังการเจริญพระพุทธมนต์ และไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งบรรจุอยู่บนพระเจดีย์ภเขาทอง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่แห่งชีวิตใหม่ ที่จุดเริ่มต้นแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ อันจะนำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิตและครอบครัวตลอดไป

รายละเอียดการจัดงาน
วันพุธที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑
๑๘.๐๐ น. พุทธศาสนิกชนสักการะสถานที่สำคัญภายในวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
(พระบรมสารีริกธาตุ บนพระบรมบรรพต, พระอุโบสถ, โพธิ์ลังกา,
พระอัฏฐารส - หลวงพ่อดุสิตภายในพระวิหาร, หลวงพ่อโต, หลวงพ่อดำ และหอไตร)
๒๐.๐๙ น. พิธีเวียนเทียนถวายสักการบูชาพระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต
๒๑.๓๐ น. พุทธศาสนิกชนเข้าสู่มณฑลพิธี บริเวณพระอุโบสถและพระวิหาร
- ชมวิดีทัศน์ประวัติวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร
- พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากพระวิหารลงสู่พระอุโบสถ
- พุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ
๒๒.๔๙ น. เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยภายในพระอุโบสถ
เจ้าประคุณสมเด็จฯ กล่าวสัมโมทนียกถา นำการเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล ถวายพระพรชัยมงคล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เจริญพระพุทธมนต์
๒๓.๕๐ น. พุทธศาสนิกชนตั้งจิตเป็นสมาธิ เตรียมเข้าสู่ศักราชใหม่ ๒๕๕๒
๒๓.๕๙ น. พระสงฆ์เคาะระฆังมงคล นำเข้าสู่ศักราชใหม่
๐๐.๐๑ น. คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เจริญชัยมงคลคาถา
๐๐.๑๙ น. คณะสงฆ์วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ประพรมน้ำพระพุทธมนต์
พุทธศาสนิกชนเข้ารับผ้ายันต์มงคล และน้ำพระพุทธมนต์มหาสมัยสูตรอันศักดิ์สิทธิ์กว่าร้อยปีจากคณะสงฆ์ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

ทีมประชาสัมพันธ์ (เฉพาะกิจ)
คุณชินวัฒน์ (โอ) ๐๘๑-๘๔๒-๖๑๗๒ , คุณนฤมล (จุ๊บ) ๐๘๑-๑๗๗-๙๙๖๔ , คุณอรนุช (หนิง) ๐๘๑-๗๓๔-๒๓๕๑

โดย : วัดสระเกศ [ 29/12/2008 , 13:01:17 ] เบอร์ติดต่อ : 025031297 124.121.176.126 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 25

กราบนมัสการพระอาจารย์ แดง ปญฺญาวโร ที่เคารพอย่างสูง
ขอให้อาจารย์ สุขภาพแข็งแรงนะครับ ตลอดปี ๒๕๕๒ เทอญ


โดย : พระพนม กิตฺติสาโร [ 29/12/2008 , 11:17:27 ] เบอร์ติดต่อ : 0843117181 115.67.188.218 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 24

ขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วงมีเพียเล็กน้อยยังพอสู้ไหว

โดย : พระแดง [ 28/12/2008 , 21:28:10 ] 61.19.66.77 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 23

กระผมผมได้เข้าปฏิบัติธรรมกับพระอาจารย์แดง ที่ดอนตาทอง หนองสังข์ รู้สึกดีขึ้นมากครับ
ขยันขึ้นเป็นกองครับ
และขออ้างเอาเดชอำนาจบุญบารมีที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญเพียรมา ขอให้จงเป็นผลนำส่งให้คุณสไบแก้ว หายจากโรคภัยไข้เจ็บเร็วๆเทิอญ ไปพบกันครั้งหน้าก็ขอให้เห็นตอนเดินได้แล้วนะครับ แล้วจะได้จอบซอมโดยความตั้งใจที่คิดไว้
จอบซอมหนอ จอบซอมหนอ จอมซอมหนอ

ด้วยความเคารพยิ่ง
นิสิตมจร.นครพนมปี3 ที่อยู่วัดพระธาตุพนม(คณะบุญเขตสามัคคี)

โดย : พระศราวุธ สุนนฺทวํโส [ 28/12/2008 , 20:07:29 ] เบอร์ติดต่อ : 0879497695 115.67.174.2 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 22

ขอถวายความเคารพครับพระอาจารย์ ผมอยากบอกว่าพระอาจารย์เต็มไปด้วยบุญญาบารมี ผมตายชักร้อยชาติก็ยังเทียบไม่ได้ คือปีใหม่นี้ขอให้พระอาจารย์จงมีร่างกายแข็งแรง ทุกวินาทีจิตใจของพระอาจาย์นั้นให้เต็มไปด้วยธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอให้พระอาจารย์บรรลุธรรมอันสูงสุดในไม่ช้านี้ เทอญ

โดย : ส.ณ.ชัยพร อินทะพรม [ 28/12/2008 , 19:49:51 ] เบอร์ติดต่อ : 0832887004 115.67.174.2 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 21

ขอถวายความเคารพแด่ พระอาจารย์แดง ปญฺญาวโร ที่เกือบหล่อคับ
ฮ่าๆๆ เป๋นจั๋งได๋หน้อครับผม สบายดีบ่ครับ
คิดฮอดหลายๆครับ ได้พระอาจารย์แดงมาเป็นพระวิปัสนาจารย์รู้สึกมึความภูมิใจมากครับ ได้เข้าใจกิเลสตัวเองมากๆเลย เช่น เวลาไปรับอาหารบนโต๊ะ ก็รู้จักประมาณในการฉันมากขึ้นครับ
กระผมจะพยายามจอบซอมบ่อยๆนะครับ และอยากเชิญชวนชาวพุทธ และผู้สนใจ มาจอบซอมนำกันให้มากนะครับ ทำบ่อยๆเดียวก็ชิน เหมือนอาจารย์แดงบอกว่า เฮ็ดอันได๋ ใส๋ใจ๋อันนี้น
มีพญามาฝากครับ
ซือว่าความเพียรตั้งยังประโยชน์ให้สำเร็จ
อย่าสิเฮ็ดเลอะแหละบ่จ่อจิตติดเนื่อง
แนวแต่เพียงทำเล่นเป็นความเพียรกะปอมก่า
คึดพ้อมาจังค่อยวิ่งอิงส้นกาปอม
เพิ่นจังเว้าวานล้อมบอกทอมหมั่นเพียรขยัน
อย่าเลือกวันเวลาใด๋ให้เฮ็ดเสียในวันนี้
ย้อนชีวีของเฮานั้นถืกคืนวันกลืนโมม
สมพอดีมันจั่งได๋ สมพอได้จังค่อยดีดอกนา.พี่น้องเอ๊ย.
จากนิสิต มจร.นครพนม ปี 3 อังกฤษครับ

โดย : พระศราวุธ สุนนฺทวฺโส [ 28/12/2008 , 19:15:59 ] 115.67.174.2 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 20

อยากได้ C Dธรรมะหลวงพ่อมากถ้ามีด้วยครับ

โดย : พระดาวรุ่ง อาภาโส [ 01/08/2008 , 21:35:48 ] เบอร์ติดต่อ : 0867903168 117.47.39.147 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 19

เจริญธรรม วันนี้อากาศดี

โดย : ช้างน้อยพรเจริญ [ 23/04/2008 , 11:26:25 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 18


1 แม่บัวเรียน หาญรินทร์ 140 บาท
2 พระบูชาCD 100 บาท
3 นางสถาพร ภาษา 100 บาท
4 น.ส.สวรรยา เมืองโคตร 500 บาท
5 นางวิไล เมืองโคตร 100 บาท
6 ด.ช.ชัยพร อำนวยโชค 60 บาท
7 นางนวล เทพสุริ 40 บาท
8 นางดุษฎี บุญมี 500 บาท
9 นางพัชรินทร์ จันทร์ดาประดิษฐ์ 200 บาท
10 นายอภิวัฒน์ พันธทัน 100 บาท
11 แม่ฉลาด ศรีบุรมย์ 100 บาท
12 แม่วันนา สุวรรณพันธ์ 40 บาท
13 แม่เย็น อินานันท์ 40 บาท
14 หลวงตาแอ็ด วัดแก่งเมือง 100 บาท
15 แม่สุบรรณ จันทมี 100 บาท
16 แม่ดวงจันทร์ สิถิระบุตร 100 บาท
17 แม่บัว จำปี 70 บาท
18 แม่สมัย แจ่มวิจิตร 100 บาท
19 แม่มะลิทอง แถวไธสง 100 บาท
20 นางบุญล้น หลักทอง 100 บาท
21 นางวชิราภรณ์ ปรีประสาท 100 บาท
22 แม่เบญจมาศ บุญทอง 100 บาท
23 แม่ซ่อนกลิ่น คำแก้ว 60 บาท
24 คุณอรุณี พลวิจิตร 100 บาท
25 แม่เงิน วันคำ 50 บาท
26 แม่หนูผิน บุญเรืองนาม 50 บาท
27 น.ส.ศุภลักษณ์ ทุ่นศิริ 100 บาท
28 น.ส.รัตนา กระเชียงรัมย์ 100 บาท
29 แม่ปิ่น ล้วนศรี 50 บาท
30 ยายเต๊าะ พ่อไชย 150 บาท
31 คณะครูโรงเรียนดงเย็นวิทยาคม 500 บาท
32 แม่หม่อม ทองมหา 60 บาท
33 นางพิศมัย มูลพรหม 50 บาท
34 นางวิไล มูลพรหม 50 บาท
35 นางสมชัย มูลพรหม 50 บาท
36 นายนิพล มูลพรหม 50 บาท
37 พ่อจันมา-แม่จรัส พึ่งโพธิ์ 100 บาท
38 แม่อัมพร ศรีสุข 50 บาท
39 แม่เขียน ขุมทอง 50 บาท
40 แม่ลี อินทบุตรดี 100 บาท
41 น.ส.บรรจง หอมปลิว 200 บาท
42 นางพนมวัลย์ วงค์หอม 100 บาท
43 แม่พฤหัส ชื่นตา 100 บาท
44 แม่มะลิ คำกอง 100 บาท
45 แม่เหลือ โกฏิรักษ์ 100 บาท
46 แม่ใส ยืนยง 100 บาท
47 แม่สอน ศรีหล้า 100 บาท
48 แม่อารมย์ เกยุระ 100 บาท
49 แม่นิยม ภูโทเงิน 100 บาท
50 แม่เสถียร ศรีตัดสูง 200 บาท
51 แม่ล้อม ผากา 20 บาท
52 แม่แดง ห้วยบังอี 100 บาท
53 แม่คำปิว ดวงสุริยเนตร 100 บาท
54 แม่บานชื่น จำใบรัตน์ 200 บาท
รวมยอดบริจาค 6230 บาท

โดย : พระแดง [ 20/01/2008 , 17:50:03 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 16

'หนอ' ในการปฏิบัติ ต่อๆ ไปการเดินจงกรม นั่งสมาธิ
ก็ใช้คำบริกรรมที่ลงท้ายว่า 'หนอ' ผู้อบรมควรเข้าใจคำว่า 'หนอ' เสียก่อน
ผู้ที่สนใจรายละเอียดของคำว่า 'หนอ' หาอ่านได้จากหนังสือ
หลวงพ่อ 'หนอ' ของท่านเจ้าคุณเทพสิทธิมุนี (พระธรรมธีรราชมหามุนี)
และหนังสือ วิปัสสนาทีปนีฎีกา โดย พระอาจารย์อาภัสสระเถระ
วิเวกอาศรม จ.ชลบุรี
สรุปว่า 'หนอ' เป็นภาษาไทย ที่แปลมาจากภาษาบาลีว่า 'วะตะ'
วะ ย่อมาจาก วฏฺฏสํสารํ แปลว่า วัฏฏสงสาร
ตะ ย่อมาจาก ตาเรติ แปลว่า ข้าม-ให้ข้าม
วฏฺฏสํสารํ ตาเรตีติ วโต (ธมฺโม) แปลว่า.....
"ธรรมอันยังสรรพสัตว์ให้ข้ามในวัฏฏสงสาร"
ที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกและได้ยินอยู่บ่อย ๆ ว่า
อนิจจา วต สงฺขารา (สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ)

โดย : หนอ [ 13/01/2008 , 16:21:31 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 15

จอบซอม
เป็นทั้งศีล สมาธิ ปัญญา
มีความไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลาย
ปฏิบัติได้ทุกเพศทุกวัยเป็นคำง่ายๆแต่อธิบายไม่รู้จักจบ พบได้ในการปฏิบัติ

โดย : www [ 09/01/2008 , 16:36:24 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 14

จอบ=เฝ้าดู รอดู ติดตามดูแบบติดๆ
ซอม=พิจารณาในการจอบ เฝ้า รอดู ติดตามดู คืออะไร

โดย : นางโยธกา จันทร์สว่าง [ 09/01/2008 , 16:33:33 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 13

จอบ=เฝ้าดู,รอดู(ถ้าเบิ่ง)
ซอม=เฝ้าสังเกตดูอาการ+อารมณ์ที่เกิดขึ้น ซุ้มเบิ่ง ซีอกหล๊อกแซคแลคเบิ่ง

โดย : นางบุญญานุช แก้วมณี [ 09/01/2008 , 16:30:43 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 12

จอบซอม
จ จดจ้องมองอยู่ไม่รู้หาย
อ เอาใส่มั่นไว้ทั้งใจกาย
บ บ่มคลายหายดิบเป็นสุกงอม
ซ โซ่ตวนควรผูกอยู่มิคลาย
อ อิ่มเอิบเกิดผลพ้นอบาย
ม มลายหายทุกข์หยุดสังสาร ข้ามกันดาร สู่สวรรค์นิพพาน เอย

โดย : พระแดง [ 08/01/2008 , 16:59:34 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 11


เกิดแนวความคิดอยากทำหนังสือ "หลวงพ่อจอบซอม" เชิญแสดงความคิดเห็นเรื่อง จอบซอมคืออะไร
ในความเข้าใจของข้าพเจ้า หรือเขียนบทกลอน จอบซอม บทความเรื่อง จอบซอม เพื่อร่วมจัดทำหนังสือ
"หลวงพ่อจอบซอม"

โดย : พระแดง [ 08/01/2008 , 16:53:46 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 10


ขอบพระคุณทุกความห่วงใยนะครับ ผมซึ่งใจในพระ-เณร
นิสิตทุกๆท่านได้นำเอาคุณความดีข้อวัตรปฏิบัติที่ดอนตาทองมาสอนแก่พระภิกษุ สามเณร
ญาติโยมให้เอาเป็นแบบอย่าง ช่วงนี้ก็สบายดีครับอยู่วัดแก่งเมือง กำลังจะนอนแล้วครับ

โดย : พระแดง [ 03/01/2008 , 20:26:48 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 9

สุขสันต์วันปีใหม่ครับพระอาจารย์แดง

โดย : พระอธิการถนอม ปภสฺสโร [ 03/01/2008 , 11:49:27 ] เบอร์ติดต่อ : 087-2152312 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 8

สวัดีครับผมพระอาจารย์ แดง
เป็นยังงัยบ้างน๊อพระอาจารย์ สบายดีไหมครับผม คือว่าที่มหาลัยคิดถึงพระอาจารย์กันทุกรูปเลยครับ
สู้ๆๆครับผม

โดย : ลูกศิษย์ที่ดอนตาทอง [ 03/01/2008 , 10:53:40 ] เบอร์ติดต่อ : - 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 7

พืชไมตรี
เมื่อลมฝนโชยมาบ่อยๆครั้ง
พื้นดินก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ พืชพรรณไม้ดอกไม้ใบที่อับเฉาเ[x]่ยวแห้ง
มาตั้งแต่ฤดูร้อน ก็กลับฟื้นตัวงอกงามขึ้นใหม่ ต่างแทงหน่อ แตกใบ
สีสดเขียวสลอนไปหมด น่าดูน่าชม พืชงอกงามเพราะได้น้ำ
ถ้าขาดน้ำไร้ฝนแล้วก็แห้งเ[x]่ยวอับเฉา
มีพืชอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยน้ำเหมือนกัน แต่เป็น “น้ำใจ” ไม่ใช่น้ำฝน
พืชที่ว่านี้ก็คือ พืชไมตรี นั่นเอง พืชไมตรีก็เหมือนกับพืชทั่วๆไป เพราะต้องปลูกดุจเดียวกัน

♦ ♦ ♦
ดังสุภาษิตพระร่วง “ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย”
การปลูกไมตรีได้แก่ คิดหวังดี มุ่งดี ปรารถนาดี เพื่อผู้อื่นเป็นสุข
โดยเว้นจากการเบียดเบียน มุ่งร้ายเขา
ผู้ที่มีจิตเมตตา ย่อมมากด้วยไมตรี ย่อมสามารถปลูกมิตรไว้รอบข้าง
หรือทุกทิศ ทุกสถาน จึงมีแต่ผู้รักใคร่นับถือ ไม่มีศัตรูมุ่งปองร้าย
มีแต่ความเย็นกายเย็นใจ อันเกิดจากพืชไมตรี
ที่ตนปลูกไว้งอกงามแล้วให้ผลนั่นเอง

อาจิจจามาไก่
พอสว่าง แม่ไก่ลุกขึ้นยืน
หลังจากนอนกกลูกเล็กๆไว้ใต้ปีกตลอดทั้งคืน
แล้วชวนลูกออกหากินโดยคุ้ยเขี่ยอาหารให้ลูกตัวน้อยๆคอยวิ่งรับเหยื่อจากแม่
เมื่ออิ่มหนำทั่วกันแล้ว ชักเหนื่อย แม่ไก่ก็ให้ลูกๆมาซุกอยู่ใต้ปีกเพื่อให้ปลอดภัย
โอ..ความรักของแม่ ช่างลำบากด้วยการเลี้ยงลูก
แต่พอลูกไก่ที่เติบโตใหญ่ หากินได้เองแล้ว ก็จะพ้นจากอกแม่ไก่ไป
และไม่มีลูกไก่ตัวไหนเลยที่จะเลี้ยงแม่ไก่ตอบแทนคุณ

♦ ♦ ♦
อนิจจา แม่ไก่ที่น่าสงสาร ...... พ่อ แม่ ของเราก็เหมือนกับแม่ไก่
โดยต้องลำบากเลี้ยงเราจนเติบใหญ่ ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจมากมาย
แต่จะมีลูกสักกี่คนที่จะเลี้ยงดูท่านตอบแทนบ้าง
"จงเอาอย่างแม่ไก่ ที่ไม่ยอมทิ้งลูก"
"แต่อย่าเอาอย่างลูกไก่ซึ่งโตแล้วก็ทิ้งแม่ของตน"
พ่อแม่ของเรา มีเพียง ๒ เท่านั้น และจะอยู่เพื่อให้เราเลี้ยงท่านไม่นานนักหรอก

ผู้ทำลาย
ในตัวคนๆหนึ่ง
ย่อมมีทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายอยู่ร่วมกัน
ยามใดที่จิตใจเป็นปกติ ย่อมทำหน้าที่เป็นผู้สร้าง
คือสร้างสิ่งของ เครื่องใช้ ตลอดจนสร้างคุณงามความดีต่างๆ

♦ ♦ ♦
แต่ยามใดจิตใจไม่ปกติ
เช่นกระทบกับอารมณ์อันไม่พึงใจ เกิดความโกรธ เกลียด
ยามนั้นย่อมประพฤติเป็นผู้ทำลาย โดยเริ่มทำลายสิ่งของก่อน
จากนั้นก็ทำลายคุณงามความดีของตนเองต่อไปอีก ด้วยการสำแดง
ความโหดร้าย หยาบช้าอันเคยซ่อนไว้อย่างมิดชิดให้ปรากฏออกมา
บางครั้งยังอาจทำรายบุคคลที่ตนเองเคยเคารพรักอย่างลึกซึ้ง เช่น บิดา มารดา
บุตร ภรรยา ดังนั้น จงพยายามเลี้ยงแต่ผู้สร้างเถิด อย่าเลี้ยงผู้ทำลายให้เติบใหญ่ในตัวเราเลย
เพราะ “ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลทั้งมวลเสีย”

ที่พึ่ง
ที่พึ่งของคนมี ๒ อย่างคือ
ที่พึ่งภายนอก กับ ที่พึ่งภายใน
ที่พึ่งภายนอก ได้แก่บุคคลเช่น บิดามารดา ครูอาจารย์
ญาติพี่น้อง พวกพ้องเพื่อนฝูง ฯลฯ
ที่พึ่งภายใน ได้แก่มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีคุณงามความดีในตนเองจนเป็นที่พึ่งของตนได้
เช่น มีความประพฤติดี มีความรู้ความสามารถ มีความเพียรพยายามดี
มีความรู้จัก ประมาณในการดำรงชีวิต ฯลฯ ที่พึ่งทั้งสองอย่างนี้
พระพุทธองค์ทรงเน้นให้พยายามยึดที่พึ่งภายใน

♦ ♦ ♦
โดยอย่ามุ่งหวังที่พึ่งภายนอกให้มากนัก
เพราะไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ตลอดไป
เช่น บิดามารดาเมื่อถึงกาลอันควรท่านย่อมจากเราไป
ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็พึ่งได้ในบางคราว
บางคราวที่ทะเลาะกันหรือโกรธกันก็พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้
ส่วนคุณงามความดีนั้น จะอยู่กับเราตลอดไป เท่ากับเป็นการพึ่งตนเอง
ฉะนั้นจึงควรมุ่งพึ่งตนเองดีกว่ามุ่งหวังพึ่งผู้อื่น เพราะ
อันใดจะดีเกินกว่าการพึ่งตนเองนั้น ย่อมไม่มี

นิ่มนวล
ข้าวที่รับประทาน
ถ้าแข็งกระด้าง ก็มักจะกลืนไม่ค่อยลง
เสื้อผ้าที่นุ่งห่ม ถ้าเนื้อหยาบนัก ก็ไม่มีใครอยากสวมใส่ ฉันใด
เป็นคนถ้านิสัยหยาบกระด้าง คือไม่นิ่มนวล
และมีกริยาวาจาไม่สุภาพ ย่อมไม่เป็นที่นิยมชมชอบ
ยากจะมีใครอยากคบหา

♦ ♦ ♦
กริยาที่นิ่มนวล วาจาที่สุภาพ
จึงเป็นเสน่ห์อันเลิศที่ทำให้คนนิยมพอใจ
ดุจดังข้าวอย่างดีที่น่ารับประทาน
และเสื้อผ้าเนื้อละเอียดย่อมเป็นที่ปรารถนา
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีกริยามารยาทดี วาจาสุภาพอ่อนหวานนิ่มนวล
จึงได้เปรียบผู้ที่หยาบกระด้าง
โดยประการทั้งปวง

กระจกส่องใจ
ในสมัยพุทธกาล มีเรื่องเล่าว่า :-
วันหนึ่ง พระราหุล นั่งอยู่ในสวนมะม่วงในกรุงราชคฤห์
พระพุทธองค์เสด็จไป ณ.ที่นั้น
เมื่อประทับนั่งบนอาสนะเรียบร้อยแล้ว ได้ตรัสถามพระราหุลว่า
“ราหุล กระจกเงามีประโยชน์อย่างไร”
“มีประโยชน์สำหรับส่อง พระเจ้าข้า” พระราหุลตอบ
พระพุทธองค์จึงทรงประทานโอวาทแก่พระราหุลว่า
“ดูก่อนราหุล นี่แลฉันใด ปัญญาก็มีประโยชน์สำหรับส่องฉันนั้น
ก่อนที่เธอจะทำการงานสิ่งใดพึงพิจารณาดูให้ดีก่อน
ถ้ารู้ว่าการงานเป็นไปเพื่อการเบียดเบียน ตนเองก็ดี
เบียดเบียนผู้อื่นก็ดี หรือทั้งตนเองทั้งผู้อื่นก็ดี
การงานนั้นเธอไม่ควรทำ

♦
แม้ในขณะที่ทำอยู่ก็พึงพิจารณาอย่างนั้นอีก
ถ้ารู้ว่าเป็นโทษดังกล่าวแล้วพึงงดเสีย
ถ้ารู้ว่าไม่มีโทษเธอจงหมั่นทำเถิด
หรือการงานที่พิจารณาเสร็จไปแล้ว ก็พึงพิจารณาอย่างนั้นอีก
ถ้ารู้ว่ามีโทษก็พึงสารภาพผิดแล้วสำรวมระวังต่อไป
ถ้ารู้ว่าไม่มีโทษก็พึงยินดีปราโมทย์กับงานที่บริสุทธิ์นั้นทุกคืนวันเถิด”

♦ ♦ ♦
พระพุทธโอวาทที่ตรัสกับพระราหุลนี้
ถ้าเราทุกคนจะน้อมมาพิจารณาตรวจสอบดู
กับการงานของเราซึ่งทำเป็นประจำ
ก็จะเป็นเสมือนกระจกเงาสำหรับส่องจิตใจ
เพื่อป้องกันมิให้ทำงานผืดพลาด หรือแม้ผิดพลาดไปแล้ว
ก็ยังมีโอกาสกลับตัวได้โดยง่าย เพราะมีสติรู้ตัวอยู่
จึงควรน้อมพระพุทธโอวาทนี้
มาสู่ตัวเราโดยทั่วกันเทอญ

พกหิน
คำโบราณสอนไว้ประโยคหนึ่งว่า
“จงพกหินอย่าพกนุ่น”
นั้นมีความหมายว่า – “หิน” เป็นของหนัก
ยากที่ลมจะพัดให้โยกหรือลอยได้
ส่วนนุ่นเป็นของเบา ยามถูกลมพัดย่อมลอยไปตามลมอย่างง่ายดาย
แม้ตกลงพื้นแล้ว ครั้นลมกระพือมากลับลอยขึ้นมาใหม่อีก
จะหยุดนิ่งเยี่ยงก้อนหินนั้นไม่ได้เลย คนใจหนักแน่นจึงคล้ายก้อนหิน หรือพกหิน
คือควบคุมใจของตนได้ตลอดเวลา

♦
ในเมื่อต้องประสบกับอารมณ์อันชอบหรือไม่ชอบก็สะกดใจเอาไว้ได้
ไม่เคลิบเคลิ้มหลงใหลหรือแสดงความวุ่นวายออกมาให้ปรากฏ
เรียกว่าไม่แสดง อาการขึ้นๆลงๆ มีลักษณะแห่งความเป็นบัณฑิต
มีเหตุมีผล ไม่คล้อยตามลมปากคนอื่นง่ายๆ

♦
ส่วนคนใจไม่หนักแน่น คล้ายนุ่น หรือพกนุ่น
เพราะมักแสดงธาตุแท้ให้คนเห็นง่ายๆ เพียงประสบกับอารมณ์ที่ชอบหรือไม่ชอบ
ก็แสดงอาการลิงโลดและซบเซาจนเห็นถนัด ไม่มีสติควบคุมตนเอง
ตลอดจนเคลิบเคลิ้มตามลมปากผู้อื่นง่ายๆ ซึ่งเป็นลักษณะของคนพาล
คือคนโง่เขลาอย่างแท้จริง

♦ ♦ ♦
ฉะนั้น โบราณท่านจึงสอนว่า ให้พกหิน
คือต้องเป็นคนใจหนักแน่น ทรงตัวอยู่ได้ด้วยดี
และไม่โยกคลอนตามเหตุการณ์
หรือลมปากของคนทั่วไป

มรดกจากบรรพชน
คนเรามักพูดทำนองน้อยใจว่า
“ตนอาภัพนัก เพราะไม่มีมรดกให้เยี่ยงผู้อื่น
จึงต้อง ตั้งตัวด้วยลำแข้งของตนเอง”
ความจริง ผู้ที่พูดเช่นนั้น ยังเข้าใจผิดอยู่มาก
เพราะทุกคนล้วนได้รับมรดกจากบรรพชน ของตนๆอย่างเท่าเทียมกัน
คือได้อวัยวะน้อยใหญ่ ตลอดจนสติปัญญามาเท่าๆกัน

♦
อันร่างกาย สติปัญญา เท่าที่มีนั้น
เป็นสมบัติอันประเสริฐ
ดีวิเศษกว่าทรัพย์สมบัติเงินทองอื่นใดทั้งสิ้น
เพราะทุกคนได้ใช้สมบัติที่ติดตัวนี้มาทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้โดยตลอด
ทั้งยังเป็นเครื่องมือสร้างความดี สร้างบุญกุศลอย่างแท้จริง
เงิน ทอง ที่ดิน อันสมมุติว่าเป็นสมบัตินั้น
ย่อมกลับเป็นวิบัติได้ในกาลข้างหน้า
♦ ♦ ♦
ส่วนร่างกายที่ประกอบด้วยสติปัญญา
อันเป็นสมบัติติดตัวย่อมไม่วิบัติไปได้ เพราะฉะนั้น
จงภูมิใจในสมบัติเท่าที่ตนมีอยู่
โดยหมั่นระลึกว่า
“ร่างกาย อวัยวะ สติปัญญา และชีวิต” เหล่านี้
ล้วนเป็นมรดกซึ่งบรรพชนของตนได้มอบไว้
แล้วจงพยายามใช้ทุกอย่างให้เกิดประโยชน์อันแท้จริงแก่ตนเถิด
เพราะ
กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ
ความได้เป็นมนุษย์ เป็นการยาก

หยุด
องคุลีมาลโจร
ผู้เงื้อดาบไล่ตามพระพุทธองค์
เพราะต้องการสังหารคนให้ครบ ๑๐๐๐ คน
แต่ไล่ตามนานเท่าไรก็ไล่ตามไม่ทัน
เมื่อเหนื่อยเต็มที่แล้ว จึงร้องออกมาว่า

♦
“สมณะ หยุดก่อน หยุดก่อนสมณะ”
“ดูก่อน ตถาคตหยุดแล้ว ท่านต่างหากที่ยังไม่หยุด” พระพุทธองค์ตรัสตอบ
องคุลีมาลแสนจะขัดเคือง จึงกล่าวจาบจ้วงว่า
“สมณะมุสา ปากว่าหยุด แต่ยังย่างเท้าเดินไปไม่ยอมหยุดตามที่พูด”

♦
“เราหยุดแล้ว คือหยุดจากการฆ่า
หยุดแล้วจากการทำบาปทั้งปวงอย่างเด็ดขาด
ท่านสิ ยังไม่หยุด ยังยินดีในการทำบาปด้วยจิตใจอันโหดอยู่” ดังนั้น

♦ ♦ ♦
องคุลีมาลได้สติ
โยนดาบทิ้ง
เข้ามาหมอบแทบเท้าพระบรมศาสดา ขอบวช
และภายหลังสามารถบรรลุเป็นพระอรหันต์สิ้นกิเลสทั้งปวง
แล้ว “ท่านล่ะ! หยุดหรือยัง ? ”

หยดน้ำค้าง

หยาดน้ำค้างโปรยปราย
จากเบื้องบนในยามราตรี และจับตามกิ่งไม้ ใบหญ้า
พอแสงอรุณรุ่งเริ่มแรงกล้าขึ้น
ไม่นานก็พลันเหือดหายไป
เหลือแต่คราบเล็กน้อยให้พอมองเห็น
ชีวิตหนึ่งของคนเราก็ไม่ผิดอะไรกับหยาดน้ำค้าง

♦
เมื่อเกิดมาไม่นานวัน
ก็ต้องก้าวสู่ความชรา
ในที่สุดก็ทอดร่าง สลายไป
การพิจารณาให้รู้ความจริงของชีวิตลงไปว่า
เราต้องตายแน่นอน
การพิจารณาอย่างนี้นับว่าไม่มีทางขาดทุนเลย
เพราะเป็นเหตุแห่งความไม่ประมาท
จะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่
ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งตนและโลก

♦ ♦ ♦
ถึงร่างกายจักสลายไปตามเวลา
แต่คุณงามความดีที่สั่งสมเอาไว้จะเหลืออยู่
ให้อนุชนได้รับรู้
ได้พลอยชื่นชมต่อไปอีกยาวนาน
คล้ายกับ
คราบหยาดน้ำค้างยามเช้า
อย่าพรากจากพ่อแม่


แม่นก
เมื่อตกไข่แล้ว ต้องกก รักษาฟักไข่อยู่ในรัง
พ่อนก รู้หน้าที่ เที่ยวเสาะหาอาหารมา ป้อนให้แม่นก
จนเมื่อลูกนก ออกจากไข่แล้ว
ทั้งพ่อ-แม่นก ต้องมีภาระเพิ่มอย่างหนัก
ต้องบินขึ้น-ลง วันละหลายเที่ยว เพื่อหาอาหารมาป้อนลูกน้อยๆให้อิ่มหนำ

♦
คนมีอายุชอบเล่าเรื่องนกขุนทองให้เด็กๆฟังว่า
ถ้ามีคนปีนต้นไม้มาจับเอาลูกของมันไปจากรัง
เมื่อแม่นกกลับมาป้อนอาหารให้ลูก
ไม่พบลูกของมัน ก็เสียใจ
แม่นกจะโผบินขึ้นไปบนอากาศจนสูง
แล้วหุบปีกปล่อยตัวตกลงกระแทกพื้นตาย
♦
คนเราบางคนพยายามพรากตัวเองไปจากพ่อแม่
โดยไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่
หลงคบเพื่อนชั่ว ทำตัวเกเรเป็นอันธพาล
จึงอยู่กับพ่อแม่ในบ้านไม่ได้ ออกไปมั่วสุมก่อกรรมทำเข็ญ
ในที่สุดถูกเขาจับไปติดคุกติดตาราง
คล้ายลูกนกขุนทองที่ถูกคนจับพรากไปจากรัง

♦ ♦ ♦
พ่อแม่ของลูกคนนั้น
ย่อมกินไม่ได้ นอนไม่หลับ
และเสียใจเพราะลูก
จงดูอย่างพ่อนกแม่นก ที่รักลูกของมันเถิด
แล้วจงคิดถึงคุณของพ่อแม่ตนเองว่า
ท่านรักเราและหวังดีต่อเราเพียงใด
จงอย่าทำตัวให้ท่านทั้งสองต้องเศร้าโศกเสียใจ เพราะเราประพฤติชั่วช้าเลย
เพราะจะเป็นบาปกรรมอันร้ายกาจใหญ่หลวง

โดย : เตวโร [ 28/12/2007 , 14:34:24 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE

ความคิดเห็นที่ : 6


นิสิตไปไหนหมดทำไมไม่มาดูท่านพระอาจารย์เราบ้างอาจารย์ครับกราบนมัสการครับอยากได้โปรแกรมสร้างเว็บไซต์บ้
างครับ ส่งให่ผมด้วยได้ไหมครับผมจะได้เผยแผ่ธรรมะด้วยครับ

โดย : เตชวโร [ 28/12/2007 , 14:28:23 ] 202.142.215.212 EDIT DELETE



ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งลบที่ปุ่มแจ้งลบ หรือที่ webmaster@212cafe.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป

Free WebBoard v.6.30 :: Powered by : 212cafe.com
Webboard | Free Webboard | เว็บบอร์ด | ฟรีเว็บบอร์ด| Board | Webboard | Guestbook | สมุดเยี่ยม | Blog | Free Blog | บล็อก | Upload | ฝากไฟล์ | ฝากรูป | Plaza | ขายบ้าน | บ้านมือสอง| Video | คลิป | คลิปวีดีโอ | วีดีโอ |Webindex | จดโดเมน | เว็บโฮสติ้ง | รวมเว็บ | Glitter| Web Hosting | Dell | Streaming อสังหาริมทรัพย์ บ้านมือสอง
ขายบ้าน | เสื้อผ้าเด็ก | Cheap DVD Movie | Cartier Watch | Tag Heuer | Hamilton Watch | Omega Watch | Rolex Watch | Michele Watch | Tissot Watch | Cheap Furniture | Cheap Posters | Shopping